Love to Read

LOVE TO READ อ่านมากรู้มาก อ่านน้อยรู้น้อย ไม่อ่านไม่รู้



วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560

รวมบทท่องอาขยานสมัยก่อน

☺รวมบทท่องอาขยานสมัยก่อน☺


ข้อคิดเตือนใจจากบทดอกสร้อย
        บทอาขยานสำหรับชั้นประถมสอนให้รู้จักพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งคนและสัตว์ แล้วนำมาสู่คติสอนใจ พฤติกรรมตามธรรมชาติเหล่านั้น และเมื่อแต่งเรื่องออกมาในรูปของกวีนิพนธ์ทำให้ได้ทั้งอรรถรสทางภาษา ทั้งด้านคำและความหมาย ทำให้เรียนรู้ได้ง่าย จดจำไว้ได้นานตลอดไปโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก นอกจากนั้นยังนำมาใช้เป็นบทขับร้องในวิชาขับร้องอีกด้วย บทดอกสร้อยที่ได้เลือกสรร และประมวลมาเป็นบทเรียนมีอยู่ดังนี้


                                           ปฐม ก กา
      นะโมข้าจะไหว้
วระไตรระตะนา
ใส่ไว้ในเกศา
วระบาทะมุนี
คุณะวะระไตร
ข้าใส่ไว้ในเกษี
เดชะพระมุนี
ขออย่ามีที่โทษา
      ข้าขอยอชุลี
ใส่เกศีไหว้บาทา
พระเจ้าผู้กรุณา
อยู่เกศาอย่ามีภัย
ข้าไหว้พระสะธรรม
ที่ลึกล้ำคัมภีร์ใน
ได้ดูรู้เข้าใจ
ขออย่าได้มีโรคา
      ข้าไหว้พระภิกษุ
ที่ได้ลุแก่โสดา
ไหว้พระสกินาคา
อะระหาธิบดี
ข้าไหว้พระบิดา
ไหว้บาทาพระชนนี
ไหว้พระอาจารีย์
ใส่เกศีไหว้บาทา
     ข้าไหว้พระครูเจ้า
ครูผู้เฒ่าใส่เกศา
ให้รู้ที่วิชา
ไหว้บาทาที่พระครู
จะใคร่รู้ที่วิชา
ขอเทวามาค้ำชู
ที่ใดข้าไม่รู้
เล่าว่าดูรู้แลนา
     ไชโยขอเดชะ
ชัยชนะแก่มารา
ระบือให้ลือชา
เดชะสามาไชโย
ไชโยขอเดชะ
ัชัยชนะแก่โลโภ
โทโสแลโมโห
อย่าโลเลโจ้เจ้ใจ
     กุมาระกุมารี
ตะรุณีย์ที่เยาว์ไว
จะฬ่อพอเข้าใจ
ให้รู้จำคำวาที
ว่าไว้ใน ก กา
ก ข ขา อา อิ อี
ว่าไว้ในเท่านี้
ที่พอได้ใน ก กา
    แต่พอให้รู้เล่า
ที่ผู้เขลาเยาวะพา
ได้ดูรู้แลนา
กุมาราตะรุณี
จะใคร่ได้รู้ธำม์
ที่ลึกล้ำจำไว้ดี
ได้แน่แต่เท่านี้
ดีจำเอาเบาใจครู
    จะว่าแต่ฬ่อฬ่อ
ว่าแต่พอฬ่อใจดู
ว่าไว้ได้พอรู้
ดูว่าเล่าเอาใจใส่

                                          

                                
                                   แม่ไก่อยู่ในตะกร้า
        แม่ไก่อยู่ในตะกร้า
ไข่ๆ มาสี่ห้าใบ
อีแม่กาก็มาไล่
อีแม่ไก่ไล่ตีกา
หมาใหญ่ก็ไล่เห่า
หมูในเล้าแลดูหมา
ปูแสมแลปูนา
และปูม้าปูทะเล
เต่านาและเต่าดำ
อยู่ในน้ำกับจระเข้
ปลาทูอยู่ทะเล
ปลาขึ้เหร่ไม่สู้ดี
                                     


                                     แม่นกกาเหว่าเอย
       แม่นกกาเหว่าเอย
ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก
แม่กาก็หลงรัก
คิดว่าลูกในอุทร
คาบเอาข้าวมาเผื่อ
คาบเอาเหยื่อมาป้อน
ถนอมไว้ในรังนอน
ซ่อนเหยื่อมาให้กิน
ปีกเจ้ายังอ่อนคลอแคล
พ่อแม่จะสอนบิน
ีแม่กาพาไปกิน
ที่ปากน้ำพระคงคา
ตีนเจ้าก็เหยียบสาหร่าย
ปากก็ไซร้หาปลา
กินกุ้งแลกินกั้ง
กินหอยกระพังแมงดา
กินแล้วก็โผมา
จับที่ต้นหว้าโพธิ์ทอง
ยังมีนายพราน
เที่ยวเยี่ยมๆ มอง
ยกปืนขึ้นส่อง
จ้องเอาแม่กาดำ
ตัวหนึ่งนั้นว่าจะต้ม
อีกตัวหนึ่งนั้นว่าจะยำ
กินนางแม่กาดำ
ค่ำวันนี้อุแม่นา
                                           


                                         สัตว์สวย ป่างาม
        เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน
เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง

         เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง
เริงร้องซ้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง

         กลางไพรไก่ขันบรรเลง
ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง

        ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง
เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสดารขานเสียง

        กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง  
พญาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง

       ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง
เพลินฟังวังเวง
 อีเก้งเริงร้องลองเชิง

       ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง
ค่างแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง

       ป่าสูงยูงยางช้างโขลง
อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป




                                   อย่าเกียจคร้านการเรียน
          อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน
ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน
          อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว
แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์
ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
          เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย
หนังสือไทยก็ไม่รู้ดูบัดสี
ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี
ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล
          จะต่ำเตี้ยเสียชื่อว่าโฉดช้า
จะชักพายศลาภให้สาบสูญ
ทั้งขายหน้าญาติวงศ์พงศ์ประยูร
จะเพิ่มพูนติฉินคำนินทา
          หนึ่งหนังสือหรือตำรับฉบับบท
เป็นของล้วนควรจดจำศึกษา
บิดาปู่สู้เสาะสะสมมา
หวังให้บุตรนัดดาได้ร่ำเรียน
         จะได้ทราบบาปบุญทั้งคุณโทษ
ปะบุตรโฉดต่ำช้าก็พาเหียร
ไม่สมหวังดังบิดาปู่ตาเพียร
เนิ่นจำเนียรแพลงพลัดกระจัดกระจาย
                                           


                                  วิชาเหมือนสินค้า
       วิชาเหมือนสินค้า
อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป
จึงจะได้สินค้ามา
       จงตั้งเอากายเจ้า
เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา
แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
       นิ้วเป็นสายระยาง
สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป
อัชฌาศัยเป็นเสบียง
        สติเป็นหางเสือ
ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง
แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา
       ปัญญาเป็นกล้องแก้ว
ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา
เป็นล้าต้าฟังดูลม
      ขี้เกียจคือปลาร้าย
จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม
ยิงระดมให้จมไป
      จึงจะได้สินค้ามา
คือวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ
อย่าได้คร้านการวิชา
                                     

                                ระฆังดังเหง่งหง่าง
         ระฆังดังเหง่งหง่าง
ฆ้องใหญ่กว้างดังหึ่ง ๆ
กลองหนังดังตึง ๆ
ตึกระดึงดังกริ่ง ๆ
นักเลงร้องเพลงพลาง
ตรงหน้าต่างไขว่ห้างหยิ่ง
เอาหลังนั่งเอนอิง
มือถือฉิ่งตีดัง ดัง
เด็ก เด็ก อย่าใหลหลง
ดูเรื่อง กง กอ กา บ้าง
ดูไปตั้งใจฟัง
เบื้องหน้ายังจะว่ากฎ




                                 นาฬิกา 
จงเทียบเปรียบเอาว่า

เราเป็นนาฬิกาเอง
เข็มบ่งชี้ตรงเผง
พึงเพ่งไว้ให้ทุกวัน
     ย่ำรุ่งสะดุ้งตื่น
วางหน้าชื่นลุกขึ้นพลัน
อาบน้ำชำระฟัน
หมดโสมมผมเผ้าหวี
     โมงเช้าเฝ้าแต่งตัว
เครื่องเรียนทั่วทุกอย่างมี
เตรียมไปให้ทันที
ที่เพื่อนเราเข้าเรียนกัน
     ตอนบ่ายหมายสิบห้า
นาฬิกาเลิกมาพลัน
ถึงเหย้าเราขยัน
หยิบงานทำโดยจำนง



กิจวัตรประจำวันของนักเรียน
          เราต้องตื่นขึ้นล้างหน้าเวลาเช้า
พันผมเฝ้าพึงชำระให้สะอาด
เราจงทำหน้าที่กระวีกระวาด
ไม่ต้องคาดคั้นเตือนเรื่องเรือนชาน
แล้วรีบไปให้ทันโรงเรียนเข้า
เลิกแล้วเรามุ่งหน้ากลับมาบ้าน
ช่วยพ่อแม่เก็บงำและทำงาน
ว่างก็อ่านคัดเขียนเล่าเรียนเอย



กิจวัตรประจำวันของเด็กนักเรียน
          ทำเทียบเปรียบเอาว่า เราเป็นนาฬิกาเอง
เข็มบ่งชี้ตรงเผง และราบรื่นทุกคืนวัน
ย่ำรุ่งสะดุ้งตื่นโดยแช่มชื่นลุกขึ้นพลัน
อาบน้ำชำระฟัน ขัดโสมมผมเผ้าหวี
โมงเช้าเข้าแต่งตัว เครื่องเรียนทั่วทุกอย่างมี
เตรียมไปให้ทันที ที่พวกเราเข้าเรียนกัน
ตอนบ่ายหมายสิบหน้า นาฬิกามุ่งมาพลัน
ถึงเหย้าเราขยัน หยิบงานทำโดยจำนงค์
ว่าด้วยช่วยแม่พ่อ สิบเจ็ด น พอแล้วลง
อาบน้ำค่ำแล้วจง ฟื้นความรู้ที่ครูสอน
เล่าเรียนเขียนอ่านพอ ยี่สิบ น ก็เข้านอน




ข้อคำนึงถึงประเทศ
          สยามงามอุดม ดินดีสม เป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน ร่วมช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ
วิชาต้องอาศัย เป็นหลักได้ ใช้ช่วยนำ
ให้รู้สู่ทางจำ ค้นคว้าไว้ ให้มากมาย
ช่วยกันอย่างขันแข็ง ด้วยลำแข้ง ลงแรงกาย
ทำไปไม่เสียดาย แม้อาบเหงื่อ เพื่อแลกงาน
ดั่งนี้มั่งมีแท้ ร่มเย็นแน่ หาไหนปาน
โลกเขาคงเล่าขาน ถิ่นสยาม นี้งามเอย



แนวทางดำเนินชีวิต
          ในวัยเด็กเล็กอยู่จงรู้ว่า
เรียนวิชาชั้นต้นจนจบสิ้น
แล้วเลือกเรียนวิชาเชิงหากิน
ให้ถูกถิ่นถูกเวลาถูกท่าที
เมื่อโตไปได้ครองของทั้งสิ้น
ทั่วทุกสิ่งที่มีในถิ่นที่
รู้จักกินรู้จักใช้เก็บให้ดี
เมื่อแก่มีเจ็บไข้ได้ใช้เอย



การฝึกตนให้เป็นคนดี
          เราต้องปองฝึกฝนตนให้ตนเป็นคนดี
โดยข้อย่อ ๆ มีที่น่าจำควรคำนึง
  หนึ่งนั้นคือหมั่นนึกน้อมรู้สึกระลึกถึง
พ่อแม่แลเราพึงรักลึกซึ้งสุดวันตาย
  สองให้ใจโอนอ่อนหวังว่านอนสอนง่ายดาย
ฟังเชื่อผู้เชื้อสายเช่นยายย่าปู่ตาตน
  สามจำทำให้ผู้รักเอ็นดูทุกหมู่ชน
ชมเห็นว่าเป็นคนมีกิริยาวาจาดี
  สี่นี้มีใจหนักเยือกเย็นนักรู้จักมี
ัยับยั้งรั้งไว้ที่ไม่ใจน้อยคอยแต่ฉุน
  ห้าให้มีใจเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อและเจือจุน
กอบเกื้อเอื้ออุดหนุนเนื่องน้อมนำเหนี่ยวน้ำใจ
  หกหรือคือรอบคอบระมัดรอบระวังไว
ก่อนจะทำอะไรให้คิดดูจนรู้ดี
  เจ็ดนี้มีใจหวังในสิ่งดั่งตั้งใจมี
มุ่งไว้ไม่หน่ายหนีทำเต็มที่มิหวาดหวั่น
  แปดจะละหลบชั่วห่างจากตัวไม่พัวพัน
สิ่งเล่นเป็นพนันหลีกแม่นมั่นหมั่นเก็บออม
  เก้าให้ใส่ใจคือเราต้องซื่อชื่อจึงหอม
คนชอบนิยมยอมวางใจย่อมนอบน้อมเอย



จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
            จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง
ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า
ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน
ขอละคร ให้น้องข้าดู
ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง




สระใอไม้ม้วน
     ผู้หญ่ หาผ้าหม่ ห้สะภ้ ช้คล้องคอ
ฝ่ใจ เอาส่ห่อ มิหลงหล ครขอดู
จักคร่ ลงเรือบ ดูน้ำส และปลาปู
สิ่งด อยู่นตู้ มิช่อยู่ ต้ตั่งเตียง
บ้าบ้ ถือยบัว หูตามัว มากล้เคียง
เล่าท่อง อย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วน จำจงดี



อย่าเกียจคร้าน
อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์        มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน                ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว                    แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน                 เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย



เด็กน้อย
            เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา
เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน     
จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน
เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย ฯ

                          ร้องลำฝรั่งรำเท้า



แมวเหมียว
          แมวเอ๋ยแมวเหมียว
รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา     
เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง
ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู
พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องรำแขกบริเทศ



ตั้งไข่
     ตั้งเอ๋ยตั้งไข่
จะตั้งใยไข่กลมก็ล้มสิ้น
ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน
ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ
ตั้งใจเรานี้จะดีกว่า
อุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ
ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ     
อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไรเอย ฯ

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ ร้องรำลมพัดชายเขา



ซักส้าว
           ซักเอ๋ยซักส้าว
ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ
เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ
ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน
ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา
มีทางหากินได้หลายสถาน
ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน     
ประกอบการอาชีพที่ดีเอย ฯ

ร้องรำสารถีชักรถ


ตุ๊ดตู่
              ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่
ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้
ขี้เกียจนักหนาระอาใจ
มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ
ชาติขี้เกียจเบียดเบียนแต่เพื่อนบ้าน     
การงานแต่สักนิดก็คิดหลบ
ตื่นเช้าเราควรหมั่นประชันพลบ
ไม่ขอคบขี้เกียจเกลียดนักเอย ฯ

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ ร้องลำวิลันตาโอด


นกกิ้งโครง
  นกเอ๋ยนกกิ้งโครง
หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเถียงเจ้าของ
อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง     
เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย
แต่นกยังรู้ผิดรัง
นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย
แต่ผิดรับผิดพอผ่อนร้าย
ภายหลังจงระวังอย่าพลั้งเอย ฯ

พระยาพินิจสารา (ทิม) แต่ง ร้องลำนกกระจอกทอง


เรือเล่น
  เรือเอ๋ยเรือเล่น
สามเส้นเศษวาไม่น่าล่ม
ฝีพายลงเต็มลำจ้ำตะบม
ไปขวางน้ำคล่ำจมลงกลางวน
ทำขวาง ๆ รีรีไม่ดีหนอ
เที่ยวขัดคอขัดใจไม่เป็นผล
จะก่อเรื่องเคืองข้องหมองกมล     
เกิดร้อนรนร้าวฉานรำคาญเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำตวงพระธาตุ


นกเอี้ยง
  นกเอ๋ยนกเอี้ยง
คนเข้าใจว่าเจ้าเลี้ยงซึ่งควายเฒ่า
แต่นกเอี้ยงนั้นเลี่ยงทำงานเบา
แม้อาหารก็ไปเอาบนหลังควาย
เปรียบเหมือนคนทำตนเป็นกาฝาก     
รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย
หนีงานหนักคอยสมัครงานสบาย
จึงน่าอายเพราะเอาเยี่ยงนกเอี้ยงเอย ฯ

ร้องลำแขกไซ



ไก่แจ้
  ไก่เอ๋ยไก่แจ้
ถึงยามขันขันแซ่กระชั้นเสียง
โก่งคอเรื่อยร้องซ้องสำเนียง     
ฟังเพียงบรรเลงวังเวงดัง
ถ้าตัวเราเหล่านี้หมั่นนึก
ถึงคุณครูผู้ฝึกสอนสั่ง
ไม่มากนักสักวันละสองครั้ง
คงตั้งแต่สุขทุกวันเอย ฯ

หม่อมเจ้าประภากร ทรงแต่ง ร้องลำนางนาค



จ้ำจี้
  จ้ำเอ๋ยจ้ำจี้
เพ้อเจ้อเต็มทีไม่มีผล
ดอกเข็มดอกมะเขือเจือระคน
สับสนเรื่องราวยาวสุดใจ
เขาจ้ำแจวจ้ำพายเที่ยวขายของ     
เร่ร้องตามลำแม่น้ำไหล
ชอบรีบแจวรีบจ้ำหากำไร
จ้ำทำไมจ้ำจี้ไม่ดีเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำลิ้นลากระทุ่ม



กาดำ
  กาเอ๋ยกาดำ
รู้จำรู้จักรักเพื่อน
ได้เหยื่อเผื่อแผ่ไม่แชเชือน
รีบเตือนพวกพ้องร้องเรียกมา
ต่างกลุ้มรุมล้อมพร้อมพรัก
น่ารักน้ำใจกระไรหนา
การเผื่อแผ่แน่ะพ่อหนูจงดูกา     
มันโอบอารีรักดีนักเอย ฯ

นายแก้ว แต่ง ร้องลำขิมเล็ก



แมงมุม
  แมงเอ๋ยแมงมุม
ขยุ้มหลังคาที่อาศัย
สั่งสอนลูกรักให้ชักใย
ลูกไกลไม่ทำต้องจำตี
ได้ความเจ็บแค้นแสนสาหัส     
เพราะขืนขัดถ้อยคำแล้วซ้ำหนี
เด็กเอ๋ยเจ้าอย่าเป็นดังเช่นนี้
สิ่งไม่ดีครูว่าอย่าทำเอย ฯ

หลวงประชุมบรรณสาร (พิณ) แต่ง ร้องลำบทร้องไห้




กะเกย
               กะเอ๋ยกะเกย
อย่าละเลยกุ้งไม้ไว้จนเหม็น
มากินข้าวเถิดนะเจ้าข้าวจะเย็น     
ไปมัวเล่นอยู่ทำไมใช่เวลา
ถ้าถึงยามกินนอนผ่อนผัดนัก
ก็ขี้มักเจ็บไข้ไม่แกล้งว่า
จะท้องขึ้นท้องพองร้องระอา
ต้องกินยาน้ำสมอขื่นคอเอย ฯ

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำตะนาว



มดแดง
             มดเอ๋ยมดแดง
เล็กเล็กเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ใครกล้ำกลายมาทำร้ายถึงรังมัน     
ก็วิ่งพรูกรูกันมาทันที
สู้ได้หรือมิได้ใจสาหัส
ปากกัดก้นต่อยไม่ถอยหนี
ถ้ารังเราใครกล้ามาราวี
ต้องต่อตีทรหดเหมือนมดเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง รำลำพัดชา



ตุ๊กแก
         ตุ๊กเอ๋ยตุ๊กแก
ตับแก่แซ่ร้องกึกก้องบ้าน
เหมือนเตือนให้งูรู้อาการ
น่ารำคาญเสียแท้ ๆ แส่จริงจริง
อันความลับเหมือนกับตับที่ลับแน่     
อย่าตีแผ่ให้กระจายทั้งชายหญิง
ที่ควรปิดปิดไว้อย่าไหวติง
ที่ควรนิ่งนิ่งไว้ในใจเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำสะสม



กระต่าย
         กระเอ๋ยกระต่าย
มุ่งหมายเสาะหาแต่อาหาร
เผลอนิดติดแร้วดักดาน
ลนลานเชือกรัดมัดต้นคอ
จะทำการสิ่งไรให้พินิจ
อย่าคิดแต่ละโมบโลภลาภหนอ
เห็นแต่ได้ไขว่คว้าไม่รารอ     
จะยื่นคอเข้าแร้วยายแก้วเอย ฯ

พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทัศน์นิภาธร ทรงนิพนธ์ ร้องลำตะลุ่มโปง



โพงพาง
        โพงเอ๋ยโพงพาง
ทอดขวางตามลำแม่น้ำไหล
มัจฉาตาบอดลอดเข้าไป
ติดอยู่ในข่ายขึงตรึงตรา
ตาบอดอยู่ประสาตัวตาบอด
อย่าทำสอดตาเห็นเช่นว่า
ควรเสงี่ยมเจียมพักตร์รักกายา     
อวดฉลาดพลาดท่าพาจนเอย ฯ



เจ้าการะเกด
       เจ้าเอ๋ยเจ้าการะเกด
ขี่ม้าเทศถือกฤชจิตเจ้ากล้า
คอยระวังไพรีจะมีมา
การรักษาหน้าที่ดีสุดใจ
อันถิ่นฐานบ้านช่องต้องรักษา
หมั่นตรวจตราเย็นเช้าเอาใจใส่
อย่าเลินเล่อเผลอพลั้งระวังภัย     
ถ้าหากใครมัวประมาทมักพลาดเอย ฯ

นายทัด เปรียญแต่ง ร้องลำม้าย่อง



โมเย
          โมเอ๋ยโมเย
ไปทะเลเมาคลื่นฝืนไม่ไหว
ให้อ่อนจิตอาเจียนวิงเวียนไป     
พักอาศัยจอดนอนก็ผ่อนคลาย
อันเมาเหล้าเมายามักพาผิด
และพาติดตนอยู่ไม่รู้หาย
จะเลื่องลือชื่อชั่วจนตัวตาย
อย่าเมามายป่นปี้ไม่ดีเอย ฯ

นายแก้ว แต่ง ร้องลำจีนดาวดวงเดียว



เท้งเต้ง
         เท้งเอ๋ยเท้งเต้ง
คว้างเคว้งอยู่ในลำแม่น้ำไหล
ไม่มีเจ้าของปกครองไป
ต้องลอยตามน้ำไปโคลงเคลง
เหมือนใครลอยโลเลไม่ยุดหลัก     
คนขี้มักกลุ่มรุมกันคุมเหง
ต่อความดีป้องตนคนจึงเกรง
อย่าเท้งเต้งมดตะนอยจะต่อยเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำล่องเรือ



นกเขา
  นกเอ๋ยนกเขา 
ขันแต่เช้าหลายหนไปจนเที่ยง
สามเส้ากุกแกมแซมสำเนียง
เสนาะเสียงเพียงจะรีบงีบระงับ
อันมารดารักษาบุตรสุดถนอม
สู้ขับกล่อมไกวเปลเห่ให้หลับ
พระคุณท่านซาบซึมอย่าลืมลับ     
หมั่นคำนับค่ำเช้านะเจ้าเอย ฯ

พระยาพินิจสารา (ทิม) แต่ง ร้องลำเทพชาตรี



จันทร์เจ้า
         จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า
ใครขอข้าวขอแกงท้องแห้งหนอ
ร้องจนเสียงแห้งแหบถึงแสบคอ
จันทร์จะขอให้เราก็เปล่าดาย
ยืมจมูกท่านหายใจเห็นไม่คล่อง
จงหาช่องเลี้ยงตนเร่งขวนขวาย
แม้นเป็นคนเกียจคร้านพานกรีดกราย     
ไปมัวหมายจันทร์เจ้าอดข้าวเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำพราหมณ์ดีดน้ำเต้า



ช้างพลาย
  ช้างเอ๋ยช้างพลาย
ร่างกายกำยำล่ำสัน
กินไผ่ใบดกตกมัน
ดุดันโดยหมายว่ากายโต
มนุษย์น้อยนักหนายังสามารถ     
เอาเชือกบาศคล้องติดด้วยฤทธิ์โง่
อย่าถือดีดังช้างทำวางโต
จะยืนโซติดปลอกไม่ออกเอย ฯ

นายแก้ว แต่ง ร้องลำชมดงนอกสามชั้น



จุ๊บแจง
 จุ๊บเอ๋ยจุ๊บแจง
เจ้ามีแรงควักข้าวเปียกให้ยายหรือ
เห็นจะเป็นแต่เขาเล่าลือ
จะยึดถือเอาเป็นจริงยังกริ่งใจ
ความเลื่องลือต่อต่อก่อให้วุ่น     
อย่าเพ่อฉุนเชื่อนักมักเหลวไหล
ควรฟังหูไว้หูดูดูไป
พกหินไว้มีคุณกว่านุ่นเอย ฯ

หลวงประสิทธิ์อักษรสาร (เทศ) แต่ง ร้องลำลองเรือ พระนคร



ดุเหว่า
            ดุเอ่ยดุเหว่า
ฝีปากเจ้าเหลือเอกวิเวกหวาน
ผู้ใดฟังวังเวงบรรเลงลาญ
น่าสงสารน้ำเสียงเจ้าเกลี้ยงกลม
เป็นมนุษย์สุดดีก็ที่ปาก
ถึงจนยากพูดจริงทุกสิ่งสม
ไม่หลอนหลอกปลอกปลิ้นด้วยลิ้นลม     
คนคงชมว่าเพราะเสนาะเอย ฯ

นายแก้ว แต่ง ร้องลำเขมรใหญ่



นกกระจาบ
   นกเอ๋ยนกกระจาบ
เห็นใบพงลงคาบค่อยเพียรขน
มาสอดสอยด้วยจงอยปากของตน     
ราวกับคนช่างพินิจคิดทำรัง
ช่างละเอียดเสียดสลับออกซับซ้อน
อยู่พักร้อนนอนร่มได้สมหวัง
แม้นทำการหมั่นพินิจคิดระวัง
ให้ได้ดังนกกระจาบไม่หยาบเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำตะลุ่มโปง



หนูหริ่ง
 หนูเอ๋ยหนูหริ่ง
ไววิ่งซ่อนซุกกุกกัก
ค้อนทับกับแจ้แย่ตารัก
เพราะชั่วนักไม่น่าจะปราณี
จะกินได้หรือมิได้ก็ไม่ว่า
ชั้นผ่อนผ้ากัดค้นจนป่นปี้
ทำสิ่งใดใช่ประโยชน์แม้นโทษมี     
เป็นไม่ดีอย่าทำจงจำเอย ฯ

นายแก้ว แต่ง ร้องลำจีนขวัญอ่อน



โอละเห่
 โอเอ๋ยโอละเห่
คิดถ่ายเทตื่นนอนแต่ก่อนไก่
ทำขนมแชงม้าหากำไร
เกิดขัดใจกันในครัวทั้งผัวเมีย
ผัวตีเมียเมียด่าท้าขรม
ลืมขนมทิ้งไว้ไม่คนเขี่ย
ก้นหม้อเกรียมไหม้ไฟลวกเลีย     
ขนมเสียเพราะวิวาทขาดทุนเอย ฯ

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำจีนต่อยหม้อ


ลิงลม
 ลิงเอยลิงลม
ไฉนอมข้าวพองตรองไม่เห็น
ลิงก็มีฟันเขี้ยวเคี้ยวก็เป็น     
มาอมนิ่งเล่นเล่นไม่เห็นควร
แม้ทำการสิ่งใดไม่ตลอด
มาท้อทอดกลางคันคิดหันหวน
ทำโอ้โอ้เอ้เอ้ลงเรรวน
คนจะสรวลบัดสีไม่ดีเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำสมิงทองมอญ



อิ่มก่อน
  อิ่มเอ๋ยอิ่มก่อน
รีบจะไปดูละครโขนหนัง
ทิ้งสำรับคับค้อนไว้รุงรัง
เหมาคนอิ่มทีหลังให้ล้างชาม
การเฝ้าเอาเปรียบกันอย่างนี้
มิดีหนอเจ้าฟังเราห้าม
คบเพื่อนฝูงจงอุตส่าห์พยายาม     
รักษาความสามัคคีจะดีเอย ฯ

สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำสระบุหร่งนอก




ซุ่มมรดี

 ซุ่มเอ๋ยซุมมรดี
จะเสียทีก็เพราะเพลินจนเลินเล่อ
ระวังตนอย่าเป็นคนเผลอเรอ
ระวังพูดอย่าให้เพ้อถึงความใน
แม้นใครไม่ระวังตั้งเป็นหลัก     
เดินก็มักพลาดพื้นลื่นไถล
พูดก็มักพร่ำเผลอเพ้อเจ้อไป
ระวังไว้เป็นทุนแม่คุณเอย ฯ

นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำช้างประสานงา




ปากเป็นเอกเลขเป็นโท

   ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ใช้คนเชื่อ     
ฉลาดเหลือวาจาปรีชาฉาน
จะกล่าวถ้อยร้อยคำไม่รำคาญ
เป็นรากฐานเทิดตนพ้นลำเค็ญ
     เลขเป็นโทโบราณท่านสั่งสอน
เร่งสังวรเวี่ยไว้ใช้ว่าเล่น
การคำนวณควรชำนาญคูณหารเป็น
ช่วยให้เด่นดีนักหนารู้ค่าคน
     หนังสือเป็นตรีวิชาปัญญาเลิศ
เรียนไปเถิดรู้ไว้ไม่ไร้ผล
ยามยากแค้นแสนคับไม่อับจน
ได้เลี้ยงตนด้วยวิชาหาทรัพย์ทวี
     ชั่วดีเป็นตราประทับไว้กับโลก
ยามวิโยคชีพยับลับร่างหนี
ที่สูญแท้ก็แต่ตัวก็แต่ตัวส่วนชั่วดี
คงที่เป็นลือทั่วชั่วฟ้าดิน


ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

     เราเกิดมาทั้งทีชีวิตหนึ่ง
อย่าหมายพึ่งผู้ใดให้เขาหยัน
ควรคะนึงพึ่งตนทนกัดฟัน
คิดบากบั่นตั้งหน้ามานะนำ
     กสิกิจพณิชยการงามมีเกียรติ
อย่าหยามเหยียดพาลหาว่างานต่ำ
หรือจะชอบวิชาอุตสาหกรรม
เชิญเลือกทำตามถนัดอย่าผลัดวัน
     เอาดวงใจเป็นทุนหนุนนำหน้า
เอาปัญญาเป็นแรงมุ่งแข่งขัน
เอาความเพียรเป็นยานประสานกัน     
ผลจะบรรลุสู่ประตูชัย
     เงินและทองกองอยู่ประตูหน้า
คอยเปิดอ้ายิ้มรับไม่ขับไส
ทรัพย์ในดินสินในน้ำออกคล่ำไป
แหลมทองไทยพร้อมจะช่วย อำนวยเอย ฯ



ขอบคุณข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต