Love to Read

LOVE TO READ อ่านมากรู้มาก อ่านน้อยรู้น้อย ไม่อ่านไม่รู้



วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

บทอาขยานสำคัญอย่างไร


บทอาขยานสำคัญอย่างไร
       พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ให้นิยามคำว่า
"อาขยาน" ไว้ว่า บทท่องจำ การบอกเล่า การบอก การสวด เรื่อง นิทาน"อาขยาน" อ่านออกเสียงได้ ๒ อย่าง คือ อา - ขะ - หยาน หรือ อา - ขะ -ยาน

      การท่องอาขยานในระยะแรก (พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๗๘) เป็นการท่องจำ
บทร้อยกรองที่ถือว่าไพเราะ ซึ่งตัดตอนมาจากหนังสือวรรณคดี โดยให้นำมา
ท่องประมาณ ๓ - ๔ หน้า และมีการท่องบทอาขยานติดต่อกันเรื่อยมา
การท่องบทอาขยานจะใช้เวลาก่อนเลิกเรียนเล็กน้อย ให้นักเรียนทั้งห้อง
ท่องพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อมีการประกาศใช้หลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๒๑
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช ๒๕๒๑ และหลักสูตรมัธยมศึกษา
ตอนปลาย พุทธศักราช ๒๕๒๔ จนถึงหลักสูตรปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๓๓
ในหลักสูตรทุกหลักสูตรมิได้ระบุให้ชัดเจนเกี่ยวกับการท่องบทอาขยาน เป็นสาเหตุให้การท้องบทอาขยานเริ่มหายไปจากสถานศึกษาบางแห่ง จนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ จึงได้มีการกำหนดบทอาขยานขึ้นอีกครั้งหนึ่งแต่ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร

      กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายกำหนดให้มีการท่องอาขยานอย่างจริงจังในสถาน ศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ของการท่องอาขยาน ดังนี้
      ๑. เพื่อให้นักเรียนตระหนักในคุณค่าของภาษาไทย และให้ซาบซึ้งในความไพเราะของบทร้อยกรอง
      ๒. เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์
      ๓. เพื่อเป็นการสื่อในการถ่ายทอดคุณธรรม คติธรรม และข้อคิดที่เป็นประโยชน์แก่เยาวชน
      ๔. เพื่อส่งเสริมให้มีจิตสำนึกทางวัฒนธรรมของคนในชาติในฐานะ "รากร่วมทางวัฒนธรรม"

บทอาขยานที่กำหนดให้ท่องจำ
      บทอาขยายที่ให้นักเรียนท่องจำนั้น แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ บทอาขยานที่เป็นบทหลัก บทรอง และบทเลือกอิสระ
      บทหลัก หมายถึง บทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดให้นักเรียนนำไปท่องจำเพื่อความ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วประเทศ ดังปรากฏในเอกสาร
      บทรอง หมายถึง บทอาขยานที่ครูผู้สอนหรือสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดให้นักเรียนท่องจำเสริมจากบท อาขยานที่กระทรงศึกษาธิการกำหนด (บทหลัก) เป็นบทร้อยกรองที่มีลักษณะตรงตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกบทอาขยาน อาจเป็นบทร้อยกรองที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ค่าวชอ ผญา เพลงชาน้อง เพลงเรือ บทกวีร่วมสมัยที่มีคุณค่า ฯลฯ โดยกำหนดให้ท่องจำภาคเรียนละ ๑ บท เป็นอย่างน้อย
      บทเลือกอิสระ หมาย ถึง บทอาขยานที่นักเรียนแต่ละคนเลือกสรรมาท่องเองด้วยความสมัครใจ หรือด้วยความชื่นชอบอาจเป็นบทร้อยกรองที่มีผู้แต่งไว้ หรือเป็นบทร้อยกรองที่นักเรียนแต่งขึ้นเอง หรือผู้ปกครองเป็นผู้แต่งขึ้นก็ได้ แต่ต้องบอกได้ว่ามีเหตุผลอย่างไรจึงเลือกบทร้อยกรองนั้นๆ มาท่องจำเป็นบทอาขยานของตนเองโดยความเห็นชอบของครูผู้สอนหรือสถานศึกษา

บทร้อยกรองที่จะคัดเลือกให้เป็นบทรองและบทเลือกอิสระ ควรมีลักษณะดังนี้
      ๑. มีเนื้อหา ความยากง่ายเหมาะสมกับวัย
      ๒. มีความยาวพอเหมาะพอควร
      ๓. มีคุณธรรม คติธรรม ให้แนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีงาม
      ๔. มีสุนทรียรสทางภาษา
      ๕. มีความถูกต้องตามฉันทลักษณ์
      ๖. มีรูปแบบที่หลากหลาย
การอ่านบทอาขยานตามหลักการทั่วไป
      การอ่านบทอาขยานส่วนใหญ่เป็นการอ่านออกเสียง คือ ผู้อ่านเปล่งเสียงออกมาดังๆ ในขณะที่ใช้สายตากวาดไปตามตัวอักษร ยึดหลักการอ่านออกเสียงเหมือนหลักการอ่านทั่วไป เพื่อให้การอ่านออกเสียงมีประสิทธิภาพควรฝึกฝน ดังนี้
      ๑. กวาดสายตาจากคำต้นวรรคไปยังท้ายวรรค และเคลื่อนสายตาไปยังวรรคถัดไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องส่ายหน้าตามไป เพื่อเป็นการอ่านล่วงหน้า ทำให้การอ่านออกเสียงต่อเนื่องกันไปโดนไม่สะดุด ซะงัก
      ๒. ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณโดยพิจารณาถึงกลุ่มผู้ฟังและสถานที่ แต่ไม่ตะโกนควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับเสียงสูง - ต่ำ ให้สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงทำนอง และความหมายของเนื้อหาที่อ่าน
      ๓. อ่านด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า เปล่งเสียงจากลำคอโดยตรงด้วยความมั่นใจ
      ๔. ควรทรงตัวและรักษาอากัปกิริยาให้ถูกวิธี จะช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อต่างๆ ทำงานประสานกัน ทำให้เปล่งเสียงได้ดี มีท่วงท่าน่าเชื่อถือ ลักษณะการทรงตัวที่ถูกวิธีคือ ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งอ่าน ลำตัวต้องตั้งตรง และอยู่ในอาการสมดุล ควรถือบทหรือหนังสือห่างจากสายตาประมาณหนึ่งฟุต ขณะอ่านพยายามให้ลำคอตั้งตรง เงยหน้าเล็กน้อย สบตากับคนฟังเป็นระยะๆ
      ๕. อ่านออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบทอาขยานนี้ก่อน
      ๖. อ่านออกเสียง ร ล คำควบกล้ำ ให้ถูกต้องชัดเจน
      ๗. อ่านให้ถูกจังหวะและวรรคตอน
      ๘. พยายามอ่านให้ได้อารมณ์และความรู้สึกตามเนื้อหา
การอ่านบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะ
      การอ่านบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมีความไพเราะ นักเรียนเกิดความสนใจจดจำบทอาขยานได้ดี และสนุกสนานยิ่งขึ้น การฝึกอ่านทำนองเสนาะมีขั้นตอนดังนี้
      ๑. อ่านเป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้ำ อ่านออกเสียงให้ตรงตามเสียงวรรณยุกต์
      ๒. อ่านให้ถูกจังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนทำให้เสียความ
      ๓. อ่านให้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อความไพเราะ
      ๔. อ่านให้ถูกทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด คำประพันธ์แต่ละชนิดจะมีบังคับจำนวนคำสัมผัส หรือคำเอก คำโท แตกต่างกัน การอ่านทำนองเสนาะจึงต้องอ่านให้ถูกท่วงทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด
      ๕. อ่านโดยใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการทอดเสียง แล้วปล่อยให้หางเสียงผวนขึ้นจมูก

บทอาขยานวิชาเหมือนสินค้า


บทอาขยาน1


บทอาขยานภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑





บทอาขยานภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๕๑
บทหลัก
บทเลือก
v ชั้นประถมศึกษาตอนต้น (ป.๑-๓)

-          กาดำ
-          รักษาป่า
-          เด็กน้อย
-          วิชาหนาเจ้า
-          รักเมืองไทย
-          ไก่แจ้
v ชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.๔-๖)

-          สยามานุสสติ
-          โคลงโลกนิติ
-          พฤษภกาสร
-          ผู้ชนะ
-          วิถีเด็กไทย
-          ดวงตะวัน
v ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑-๓)

-          โคลงโลกนิติ
-          บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา
-          อิศรญาณภาษิต
-          บทพากย์เอราวัณ
-          บุพการี
-          วัฒนธรรม
-          พอใจให้สุข
-          พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ
-          พระอภัยมณี ตอน อุศเรนตีเมืองผลึก
-          พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีตีเมืองใหม่

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คู่มือการสอนอ่านเขียนโดยการแจกลูกสะกดคำ





ส่วนที่ ๑ ความรู้สํา หรับครู เป็นส่วนที่ให้ความรู้ความเข้าใจ เป็นการเตรียมความรู้

ให้แก่ครูเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจสาระสํา คัญ และหลักการของเรื่องที่สอนอย่างถูกต้องตาม
หลักวิชาการ
ส่วนที่ ๒ แนวทางการจัดการเรียนรู้ เป็นการนํา เสนอขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
พร้อมสื่อการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้โดยเป็นการวัดผลระหว่างเรียนเพื่อพัฒนา
การเรียนการสอน (Formative test) ซึ่งสอดแทรกระหว่างการจัดการเรียนรู้เป็นการบันทึกผลจาก
การฝึกทักษะการอ่านและการเขียนในระหว่างเรียนเพื่อให้ครูได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้
ส่วนที่ ๓ แนวทางการวัดและประเมินผลประจํา หน่วย เป็นการนํา เสนอตัวอย่าง
การวัดและประเมินผลประจํา หน่วย เพื่อตัดสินว่าหลังการจัดการเรียนรู้ครบตามหน่วยนั้นแล้ว
นักเรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดประสงค์การเรียนรู้ในหน่วยนั้นในระดับใด ซึ่งนําผลจากการวัด
มาตรวจสอบความสามารถในการอ่านและเขียนในหน่วยนั้น ๆ
6 คู่มือการสอนอ่านเขียน โดยการแจกลูกสะกดคํา
ส่วนที่ ๑ ความรู้สํา หรับครู
จุดประสงค์ของความรู้สํา หรับครู เป็นสาระสํา คัญสํา หรับให้ครูได้ศึกษา ให้มีความรู้
ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับหลัการใช้ภาษาที่เป็นพื้นฐานสํา คัญของการจัดการเรียนรู้แต่ละหน่วย
รวมทั้งเพื่อนํา เสนอขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละหน่วยตามแบบการแจกลูกสะกดคํา เพื่อให้
ครูดํา เนินการตามได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักเรียนอ่านและเขียนได้
ส่วนที่ ๒ แนวทางการจัดการเรียนรู้
จุดประสงค์ของส่วนที่ ๒ นี้คือ เพื่อเป็นตัวอย่างให้ครูนํา ไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม
และบริบทของสถานศึกษา ในหัวข้อนี้ประกอบด้วย
ตัวอย่างแนวการจัดการเรียนรู้
๑. ระบุชื่อหน่วยและเวลาที่ใช้ในแต่ละหน่วย โดยผู้นํา ไปใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม
ความเหมาะสม เวลาที่กํา หนดไว้เป็นการกํา หนดโดยประมาณเท่านั้น
๒. จุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ครูกํา หนดว่า เมื่อสอนหน่วยนี้แล้ว
ผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีความสามารถในการอ่านและเขียนตามจุดประสงค์ของหน่วยนั้น
ในระดับใด ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนรู้สามารถนํา ไปประยุกต์ใช้กับการสอนภาษาไทยตามหลักสูตร
โดยการกํา หนดจุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ที่พิจารณาจากจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร
๓. แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เห็นว่าหน่วยนี้แบ่งการสอนเป็นขั้นตอนในการจัด
การเรียนรู้ได้กี่ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาครั้งละ ๑ ชั่วโมง ครูสามารถปรับเปลี่ยนจํา นวนครั้งและเวลาได้
ตามความเหมาะสมและการนํา ไปใช้ของครูแต่ต้องให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้
ที่กํา หนด
๔. แนวการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ ทุกหน่วยจะเขียนตัวอย่างแนวทางการจัดการเรียนรู้ไว้ให้
๑ เรื่อง ประกอบด้วย
๔.๑ จุดประสงค์การเรียนรู้(ระบุผลลัพธ์ที่เกิดจากการเรียนรู้เฉพาะเรื่องที่สอนในชั่วโมงนั้น)
๔.๒ ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เสนอให้เห็นขั้นตอนการสอนตั้งแต่
ขั้นนํา : มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสนใจและทบทวนความรู้ที่เชื่อมโยงกับ
หัวข้อที่จะเรียนต่อไป
คู่มือการสอนอ่านเขียน โดยการแจกลูกสะกดคํา 7
ขั้นสอน: เสนอแนวทางการจัดเรียนรู้ให้ไว้เป็นตัวอย่างโดยครูสามารถปรับเปลี่ยน
สื่อได้ตามความเหมาะสม แต่จุดเน้นของการจัดการเรียนรู้ต้องการให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการอ่านและ
การเขียนเป็นหลัก
ขั้นสรุป: เป็นขั้นการทบทวนให้นักเรียนเข้าใจในเรื่องที่สอน
๔.๓ สื่อการสอน เป็นการเสนอแนะสื่อที่ใช้ในการสอนของชั่วโมงนั้น ๆ
๔.๔ การวัดและประเมินผล เป็นการเสนอวิธีการวัดและประเมินผลการฝึกทักษะ
การอ่านและการเขียนระหว่างเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล
ตัวอย่างแนวการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ และต่อ ๆ ไป เป็นการนํา เสนอจุดประสงค์การเรียนรู้
ของหน่วยนั้น และแนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างกว้าง ๆ เพื่อให้ครูผู้สอนได้นํา ไปประยุกต์ใช้ได้
และบางหน่วยได้เสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรู้ไว้จนครบทุกขั้นตอน
ส่วนที่ ๓ การวัดและประเมินผลประจํา หน่วย
การวัดและประเมินผลประจํา หน่วย เป็นการประเมินตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้
ประจํา หน่วย เพื่อตัดสินผลการเรียนของหน่วยนั้น โดยจะกํา หนด
๑. แบบวัดตามจุดประสงค์ของหน่วยนั้น
๒. วิธีการวัด
๓. เกณฑ์การประเมิน

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ฝึกหัดอ่านด้วยอักษร 5 สี





ฝึกหัดอ่านด้วยอักษร 5 สี 


วิธีการแก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออกของนักเรียน
ด้วย “การพัฒนาการสอนอ่านด้วยการใช้อักษร 5 สี ประกอบภาพการ์ตูน”



          รูปแบบงานที่คิดว่าดีที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นจากการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องในขณะทำการสอน จนค้นพบ “เทคนิคและวิธีการสอนอ่านด้วยอักษร 5 สี ประกอบภาพการ์ตูน” ที่กำหนดให้ใช้สี 5 สีอะไรก็ได้และใช้สีที่เลือกนั้นกำหนดลงบนตัวอักษรที่เป็นส่วนประกอบของคำแบบตายตัวตลอดการเรียนรู้
          นั่นคือที่มาของวิธีการแก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออกของนักเรียนด้วย “การพัฒนาการสอนอ่านด้วยการใช้อักษร 5 สี ประกอบภาพการ์ตูน” ของครู จิราพร มีศรี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านเขาดิน (ประชาอุทิศ) หมู่ที่ 5 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 จนได้รับรางวัลครูภาษาไทยดีเด่น และเข็มเชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ. ประจำปีพุทธศักราช 2555
          ครูจิราพร เล่าให้ฟังว่า ตนเองไม่ได้จบเอกภาษาไทย โดยจบเอกประดิษฐ์ ศิลปะ แต่มาสอนภาษาไทย ซึ่งจากประสบการณ์พบปัญหาที่เกิดจากเด็ก จึงคิดประยุกต์นำวิชาศิลปะเข้ามาในภาษาไทย โดยใช้สี รูปภาพน่ารัก ๆ เข้ามาช่วย โดยสื่อทั้งหมดจะทำขึ้นมาเอง
          “เราต้องสู้เพราะสงสารเด็ก ส่วนมากคิดกันว่า ป.1 อ่านไม่ได้ ป.2 อ่านไม่ได้ เดี๋ยว ป.3 ก็อ่านได้ ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะถ้าเด็กจบ ป.6 ไปแล้วอ่านไม่ได้ เด็กก็จะเรียนต่อไม่ได้ ครูจะมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นบาป ซึ่งเด็กที่โรงเรียนอ่านหนังสือได้ทุกคน 100% ชั้นที่รับผิดชอบคือ อนุบาล กับ ชั้น ป.1 เริ่มแรกเด็กอนุบาลจะให้ระบายสีแบบง่าย ๆ รู้จักให้ท่องง่าย ๆ การได้เห็นอยู่เรื่อย ๆ จะค่อยๆ จำ พอเทอมสุดท้ายทุกคนจะรู้จักสะกดคำในแผ่นพยัญชนะ แผ่นสระได้ ทำให้ง่ายต่อการขึ้นชั้น ป.1 แทบจะอ่านได้เลย” ครูจิราพร เล่าอย่างภาคภูมิใจ
          ครูจิราพร ยังบอกอีกว่า การสอนแบบสมัยก่อนที่ใช้วิธีสอนให้เด็กอ่านเป็นคำจะไม่นำมาสอนเลย เพราะเคยเจอกับลูกของตัวเองที่เรียนโรงเรียนเอกชน เมื่อลูกอ่านหนังสือจบหน้า พอถามถึงพยัญชนะ สระ ปรากฏว่าลูกสะกดไม่ได้ จึงต้องหาวิธีการสอนทำอย่างไรให้เด็กเรียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ซึ่งพบว่าหลักการสอนที่ทำให้เด็กนักเรียนอ่านออกเขียนได้และรักภาษาไทยคือการสอนให้ตรงกับธรรมชาติและความต้องการที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาจากการอ่านที่ทำให้นักเรียนสามารถจดจำได้ง่ายขึ้น นำไปสู่นวัตกรรมการใช้ภาพการ์ตูนและอักษรสี เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต มีความเข้าใจ และเกิดการจดจำแบบถาวร
          สำหรับการพัฒนาการอ่านด้วยการใช้อักษร 5 สี มี 4 ขั้นการเรียนรู้ คือ ให้นักเรียนรู้จักสี 5 สีที่กำหนด และสามารถอ่านส่วนประกอบของคำเรียงตามลำดับของสีที่กำหนดไว้แบบตายตัวได้ถูกต้อง เช่น พยัญชนะ แทนด้วย สีดำ, สระ แทนด้วย สีแดง, ตัวสะกด แทนด้วย สีเขียว, ตัววรรณยุกต์ แทนด้วย สีฟ้า, ตัวการันต์ แทนด้วย สีเหลือง ขั้นตอนที่ 2 คือ ฝึกท่องจำคำอ่านสระ ขั้นตอนที่ 3 ฝึกท่องจำคำอ่านพยัญชนะ และขั้นตอนที่ 4 ฝึกอ่านและประสมคำ
          ทุกวันนี้ครูจิราพร ยังได้นำเทคนิควิธีนี้ไปเผยแพร่ที่สหรัฐอเมริกาด้วยการเข้าร่วมโครงการจิตอาสาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน ถึงสิงหาคม 2556 โดยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเองเพื่อไปสอนภาษาไทยให้แก่เยาวชนไทยที่อยู่กับครอบครัวต่างประเทศให้สามารถพูดภาษาไทย เขียนไทย อ่านไทยได้ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เพื่อปลูกฝังความเป็นไทยให้แก่เยาวชนเหล่านั้น.
          
พัชรี เมืองเนาว์
ที่มา: http://www.dailynews.co.th

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คำตามมาตราตัวสะกด



คำตามมาตราตัวสะกด แม่กก

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กก


คือ คำที่มีตัว
 ก ข ค คร ฆ เป็นตัวสะกด อ่านออกเสียง ก

ก ซอก ฉีก ฉุก ชอกช้ำ ทุกข์ พวกพ้อง จวัก จารึก เทือกเขา ปากกา สกปรก

ข เครื่องคิดเลข โทรเลข มุข ความสุข สุขสันต์

ค เทคโนโลยี เชื้อโรค ยุคใหม่ โชคชัย โชคดี วรรค บุคคล นาค

คร สมัคร สมัครใจ

ฆ เมฆ เฆมฝน ก้อนเมฆ เมฆหมอก



คำตามมาตรตัวสะกดแม่กด
จ ตรวจตรา สุจริต ระเห็จ พินิจ มัจฉา เกียจคร้าน ดุจ สมเด็จ กิจการ พูดเท็จ สำเร็จ เสร็จ
ช ราชาธิราช พระราชทาน ราชวัง บวช ประโยชน์ พาณิชน์ พระราชดำรัส ราชธานี
ชร เพชร แหวนเพชร
ซ ก๊าซ
ด มด วาด จังหวัด กัด โดด หงุดหงิด ปลดปลง ชนิด ทองหยอด ฉูดฉาด
ต จิตใจ อุตสาหกรรม สุภาษิต พันธุรัต สัตยา ชีวิต สังเกต เมตตา ประณีต อุตสาหะ จารีต
ตร ยุรยาตร เมตร วิจิตร พระเนตร บุตร มิตร บัตร บาตร ลิตร ฉัตร เกษตร
ติ ชาติ ธรรมขาติ ปฏิบัติ สมบัติ เกียรติยศ อัตโนมัติ ธงชาติ ประวัติ รสชาติ นิวัติ
ตุ เหตุ ธาตุ สาเหตุ เหตุผล
รถ สามารถ ปรารถนา
รท วันสารท สารท
ฎ กฎ กฎหมาย กฎเกณฑ์ มงกุฎ
ฏ ปรากฏ รกชัฏ
ฐ อิฐ อูฐ ประเสริฐ
ฒ วัฒนา วัฒนธรรม พัฒนา
ถ รถ รถไฟ
ท ประเภท วิทยุ วิทยาศาสตร์ ประสิทธิภาพ บทบาท ปราสาท บาท มรรยาท พัทลุง บริษัท
ธ พิโรธ อัธยาศัย โกรธ อยุธยา
ศ อากาศ เพ่งพิศ ทัศนศิลป์ ทิศ มหัศจรรย์ ประกาศ บรรยากาศ เพศ ปราศจาก ประเทศ
ษ โทษ พิษไข้ วิเศษ อังกฤษ เศษ อธิษฐาน ตรุษ พิเศษ ประดิษฐาน เศรษฐกิจ
ส โอกาส รหัส สวาท มธุรส วาสนา รสเปรี้ยว ตรัส โอรส ออสเตรเลีย

มาตราตัวสะกด แม่กบ

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กบ

มาตราแม่ กบ คือ คำที่มีตัว บ ป พ ภ เป็นตัวสะกด

อ่านออกเสียง บ สะกด เช่น

บ ลูบ ฟุบ รบ ลอบ เล็บ สลบ ฉับไว ประดับ ขยับ ซุบซิบ

อาบน้ำ ไหวพริบ โต้ตอบ เหน็บชา

ป สรุป ทวีป ทำบาป สาปแช่ง ธูปเทียน รูปภาพ สัปดาห์ รูปหล่อ ประชาธิปไตย อัปลักษณ์

พ ภาพยนตร์ ลพบุรี งานศพ มหรสพ เคารพ สภาพ พิภพ กรุงเทพฯ อพยพ

นพรัตน์ นิพพาน สรรพ อานุภาพ โพสพ แม่นพดารา เจ้าภาพ

ภ พฤษภ มีลาภ โลภมาก

 

 

มาตราตัวสะกด แม่กง

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กง

คือ คำที่มีตัว ง เป็นตัวสะกด อ่านอย่างเสียง ง

ตัวอย่างคำที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ กง

ได้แก่ กองกลาง โขมง คล้องจอง คูปอง จ้องหน่อง ฉิ่ง ตะราง

ตุ้งติ้ง ประลอง พิธีรีตอง มะเส็ง แมงดา รำพึง สรงน้ำ สำเนียง แสลง

 

มาตราตัวสะกด แม่กน

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่กน

คือ คำที่มีตัว น ญ ณ ร รุ ล ฬ เป็นตัวสะกด อ่านออกเสียง น สะกด เช่น

น จินดา ชันษา ชุลมุน ดูหมิ่น ต้นหว้า โต๊ะจีน พระชนนี

ญ กาญจนบุรี เชี่ยวชาญ เชิญ เจริญ ปัญหา บัญชี อารัญ ห้าวหาญ เทวัญ

ณ ทารุณ คุณภาพ โบราณ บริเวณ คำนวณ บัณฑิต ขอบคุณ คุณนาย ประมาณ

ร จราจร อาจารย์ ประยูร อาคาร ต้องการ ธนาคาร บริการ อนาทร ทินกร เมืองมาร

ล จลาจล ชลบุรี เครื่องจักรกล ทูลสุกร ชลเนตร มูลช้าง กราบทูล สากล

ฬ ทมิฬ กาฬโรค พระกาฬ

 

 

 

มาตราตัวสะกด แม่กม

มาตราแม่ กม คือ คำที่มีตัว ม มิ เป็นตัวสะกด

อ่านออกเสียง ม สะกด เช่น

ม เกม คราม กรรม นาม ออม ขม รอมชอม ซุ่ม ธรรมเนียม สะสม อารมณ์

กรม เจ้ากรม เจ้าจอม ปฐม พระนาม อาศรม ทะนุถนอม รื่นรมณ์

มิ ภูมิใจ ภูมิ ภูมิลำเนา ภาคภูมิ พระภูมิ ภูมิภาค

มาตราตัวสะกด แม่เกย

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่เกย

คือ คำที่มี ย เป็นตัวสะกด อ่านออกเสียง ย

ตัวอย่างคำที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ เกย

ได้แก่ กระจ้อยร่อย ข่าย ชีวาลัย ทยอย นโยบาย เนย เนื้อทราย

เปรียบเปรย พระทัย โพยภัย ภูวไนย เสวย มโนมัย วินัย สาหร่าย อาชาไนย

 

มาตราตัวสะกด แม่เกอว

พยัญชนะที่เป็นตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่เกอว

คือ คำที่มี ว เป็นตัวสะกด อ่านออกเสียง ว

ตัวอย่างคำที่มีตัวสะกดในมาตราตัวสะกดแม่ เกอว

ได้แก่ กริ้ว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวยำ ข่าวลือ จิ๋ว เจื้อยแจ้ว ดาวฤกษ์

ต้นงิ้ว ท้าวไท ทาวน์เฮ้าส์ ประเดี๋ยว ยั่ว เลิกคิ้ว หิวข้าว เหว อ่าว