Love to Read

LOVE TO READ อ่านมากรู้มาก อ่านน้อยรู้น้อย ไม่อ่านไม่รู้



วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

สร้างนิสัยรักเรียน ตอนที่ 1

         

จับความจาก Teaching Outside the Box : How to Grab Your Students by Their Brains เขียนโดย LouAnne Johnson  บทที่ ๖ Motivation and Morale Boosters

พื้นฐานสมองของเด็กมีความสามารถในการเรียนรู้สูงกว่าที่เราคิด   แต่เด็กจำนวนมากขาด “ไฟ” (inspiration / motivation) ในการเรียน ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย   หากครูรู้จักกระตุ้น “ไฟปรารถนา” แห่งการเรียนรู้ของเด็ก   อย่างเหมาะสม   หรือรู้จักปัดเป่าปัจจัยลบ   ภารกิจของครูจะง่ายขึ้นมาก   และเป็นภารกิจที่ให้ความชุ่มชื่นแก่หัวใจได้มาก

หน้าที่ของ “ครูเพื่อศิษย์” คือ นำชีวิตของนักเรียนเข้าสู่ ความสนุกสนานในการเรียน (The Joy of Learning) ซึ่งจะทำให้มีนิสัยรักเรียน   อย่าปล่อยให้ศิษย์ตกอยู่ใต้สภาพ ความทุกข์ระทมในการเรียน ซึ่งจะทำให้มีนิสัยเกลียดการเรียน

นี่คือหัวใจในหน้าที่ครู

หัวใจในหน้าที่ครูคือสร้างนิสัยรักเรียน   ซึ่งสำคัญกว่าการรู้เนื้อหาวิชา

ต่อไปนี้เป็นหลัก ๒๘ ประการ สำหรับสร้างนิสัยรักเรียน สร้างพลังหรือ “ไฟ” ในการเรียนรู้ ของศิษย์



๑. ให้นักเรียนเชื่อว่าความสำเร็จในการเรียนเป็นสิ่งเป็นไปได้   หากนักเรียนมีความพยายามด้วยตนเอง   โดยครูจะอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือ   แต่นักเรียนต้องเรียนเอง ครูเรียนแทนไม่ได้
      เคล็ดลับคือ อย่าตั้งโจทย์ง่ายให้เด็กเรียนอ่อนทำ   ให้ใช้โจทย์ที่ท้าทายตามปกติหรือยากกว่าปกติ  แล้วครูช่วยเหลือให้เด็กเรียนอ่อนใช้ความพยายามจนทำได้   โดยบอกเด็กว่าครูเชื่อว่าเธอฉลาดพอที่จะทำโจทย์ที่ยากขนาดนี้ได้  แต่พื้นของเธอไม่ดี จึงต้องใช้ความพยายามมากหน่อยในเบื้องตัน โดยครูจะช่วย   บ่อยเข้าเด็กจะเกิดทักษะในการเรียน เกิดความมั่นใจในตนเอง  
     วิธีสร้างความมั่นใจในตนเองแบบสุดๆ คือหาโจทย์ในระดับที่สูงกว่าความรู้ในชั้นเรียน   เช่นวิชาที่สูงกว่าชั้นเรียนของเด็ก ๒ ชั้น   หรือหากเด็กเรียน ม. ปลาย เอาโจทย์มหาวิทยาลัยปี ๑ มาให้ทำ   โดยบอกเด็กด้วยว่าเป็นโจทย์ระดับสูงเช่นนั้น   บอกว่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของเด็ก   โดยครูจะช่วยเหลือให้ความรู้บางด้านที่เด็กยังเรียนไม่ถึง   และช่วยแนะอีกบางด้าน   เมื่อเด็กทำโจทย์นี้ได้ ก็จะเกิดความมั่นใจในสมองของตนเอง

๒. ประเมินเจตคติของนักเรียนต่อตนเอง ต่อวิชาเรียน ต่อชั้นเรียนและต่อโรงเรียน 
        โดยเขียนหรือฉายคำถามบนกระดาน ให้นักเรียนตอบอย่างตรงไปตรงมา   จะใส่ชื่อหรือไม่ก็ได้ (แต่ครูก็เก็บกระดาษคำตอบให้เรียงกันจนรู้อยู่ดีว่าใครเขียนข้อความที่น่าตกใจหรือน่าสนใจ)   บอกเด็กว่าคนที่ทำโจทย์นี้จะได้คะแนนเต็มทุกคน หากทำอย่างตั้งใจ   โจทย์คือ
     - ชอบอะไรมากที่สุดต่อโรงเรียน
     - ชอบอะไรน้อยที่สุด
     - วิชาที่ชอบมากที่สุด / น้อยที่สุด คืออะไร
     - ชอบอ่านหนังสือหรือไม่ ทำไมจึงชอบ/ไม่ชอบ
ขั้นตอนที่ ๒ จะทำหรือไม่ก็ได้   คือครูเลือกอ่านบางข้อความต่อชั้นเรียน   เพื่อกระตุ้นการอภิปรายออกความเห้นเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ ๓ คือนำกระดาษคำตอบกลับบ้าน เอาไปอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์  อ่านระหว่างบรรทัด  อ่านลายมือ อ่านสำนวน  เพื่อทำความรู้จักนักเรียนแต่ละคนในมิติที่ลึก เช่นรู้งานอดิเรก ของเด็ก


๓. ปรับเจตคติ   โดยทำแบบฝึกหัด ให้เขียนต่อประโยค  “ฉันจำใจ.....” และ “ฉันไม่สามารถทำ......”  และอภิปรายเรื่องพลังทางเลือก หรือพลังใจ ต่อความสำเร็จ   รวมทั้งทำความเข้าใจ Maslow’s hierarchy of needs ด้วย   โดยบอกเด็กว่าความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการนี้จะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในชีวิตในภายหน้า
     ที่สำคัญยิ่งคือครูต้องปรับเจตคติของตนเองด้วย ให้มีเจตคติเชิงบวก เชิงต่อสู้ฟันฝ่า เพื่อทำตัวเป็นตัวอย่างแก่ศิษย์   รวมทั้งมีความรักความหวังดีต่อศิษย์โดยทั่วหน้าเสมอกัน  ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง   และที่สำคัญคือ ฟังเด็ก  
     ครูเลาแอนน์เล่าเรื่องครูถามนักเรียนทุกเช้า “ใครมีคำถามที่ต้องการถามครูบ้าง”   ซึ่งตามปกติจะไม่มีใครถาม   แต่ถ้าครูถามทุกเช้า สักวันหนึ่งจะมีคนถาม แล้วการตั้งคำถามและคุยกันอย่างอิสระก็จะเกิดขึ้น  เกิดเจตนคติที่เปิดเผยต่อกัน สนิทสนมกัน  และที่สำคัญที่สุด เป็นการเปิดจินตนาการของเด็ก
    จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (ไอน์สไตน์)

๔. จัดกิจกรรมกระตุ้นสมองซีกขวา 
    ครูที่ไม่ได้สอนวิชาศิลปะ ดนตรี การแสดง อาจเผลอสอนแต่ด้านการคิด ซึ่งใช้แต่สมองซีกซ้าย จนนักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย   จึงควรสลับให้มีกิจกรรมเรียนรู้ของสมองซีกขวาบ้าง   เป็นการเอื้อต่อนักเรียนที่มีธรรมชาติเป็น right-brain thinker   โดยครูต้องเข้าใจว่าครูส่วนใหญ่เป็น left-brain thinker   ในขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็น right-brain thinker
    “ครูเพื่อศิษย์” ต้องสะสมเกมต่างๆ ที่เหมาะสมไว้ให้เด็กเล่น โดยเฉพาะเกมสมองซีกขวา เช่น Right-Brain Word Puzzle ในหนังสือ  เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ พักสมอง สร้างความสนุกสนาน  และเกิดการเรียนรู้หลากหลายมิติ
     โดยครูต้องสนใจสังเกตนักเรียนที่มีสไตล์การเรียนรู้ ๓ แบบ คือ (๑) จากการดู (ตา)  (๒) จากการฟัง (หู)  และ (๓) จากการเคลื่อนไหว (kinesthetic)

๕. ขอ feedback จากนักเรียนบ่อยๆ   เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน   และเพื่อแสดงให้นักเรียนเห็นว่า ครูแคร์หรือเคารพความเห็นที่ตรงไปตรงมาของนักเรียน   แต่ต้องย้ำให้นักเรียนเข้าใจว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องของครู   แต่ครูจะเอาความเห็นของนักเรียนไปประกอบการตัดสินใจด้วย   และครูต้องอย่าหลงเป็นคู่กรณีของนักเรียนที่ก้าวร้าว   เขียนความเห็นแบบหาเรื่อง
 
๖. ทบทวนทฤษฎีของ Maslow   โดยถ้านักเรียนยังอายุน้อย ครูต้องทำให้เข้าใจง่าย   มีประโยชน์คือ ช่วยให้นักเรียนเข้าใจตนเอง  มีความมั่นคงทางอารมณ์ดีขึ้น   และเกิดความเชื่อมั่นว่าครูเอาใจใส่หวังดีต่อนักเรียนจริงๆ

๗. สอนทักษะในการแก้ปัญหา  ซึ่งจะช่วยลดการทำผิดลงได้มาก   เพราะนักเรียนที่ทำผิดส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำที่ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ  มีปฏิกิริยาโต้ตอบก่อนคิด   ดังนั้นทักษะแรกที่เด็กต้องเรียน คือทักษะในการแก้ปัญหาที่อยู่รอบตัว   เช่น เพื่อนขอลอกการบ้าน  มีเพื่อนเพียง ๑ – ๒ คนรบกวนชั้นเรียนจนไม่มีสมาธิในการเรียน   หรืออาจเป็นเรื่องใหญ่ เช่น เพื่อนชวนเข้าแก๊ง  เพื่อนชวนเสพยา   วิธีการเรียนรู้ทำโดยระดมความคิดเรื่องสาเหตุของปัญหาหลายสาเหตุ  และแนวทางแก้ปัญหาหลายแนวทาง และเลือกแนวทางที่ดีที่สุด ๓ แนวทาง   โดยครูต้องคอยเตือนว่าต้องให้เฉพาะความเห็น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่คำตัดสินเชิงคุณค่า   แล้วทุกคนจะเรียนรู้เหตุผล และวิธีการแก้ปัญหาเอง   หลังจากนั้นจึงเป็นการประยุกต์มาตรการแก้ปัญหา   และวัดผล

๘. สอนทักษะในการโต้แย้งอย่างได้ผล   โดยต้องทำให้เข้าใจว่าการโต้แย้งไม่ใช่การต่อสู้ เพื่อเอาแพ้ชนะ   แต่เน้นประโยชน์ต่อการเรียนรู้  ทำให้เราเข้าใจเรื่องต่างๆ จากหลายแง่มุม   สิ่งที่ผู้เยาว์ต้องการเรียนรู้ก็คือ การโต้แย้งด้วยท่าทีเคารพผู้อื่น   ไม่ใช่ท่าทีของศัตรูหรือฝ่ายตรงกันข้าม  และการโต้แย้งนั้นไม่นำไปสู่ความรู้สึกไม่ดีต่อกัน   การสอนเรื่องนี้ต้องไม่ใช่ครูยืนพูดหน้าชั้น   แต่ต้องออบแบบกิจกรรมให้นักเรียนทำ   ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง   ในหนังสือมีตัวอย่างบทเรียนด้วย

๙. สอนให้นักเรียนรู้วิธีพูดกับครูและกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ   เด็กบางคนมีความฝังใจว่าพูดกับผู้ใหญ่ทีไรเป็นต้องขัดแย้งหรือทะเลาะกันทุกครั้ง   การฝึกพูดกับผู้ใหญ่จึงมีความจำเป็น   ครูเลาแอนน์ มีวิธีสอนโดยแจกเอกสาร บอกลักษณะของวิธีพูดหรือโต้แย้งกับผู้ใหญ่ที่เป็นวิธีดี กับที่เป็นวิธีไม่ดี   แล้วแจกเอกสารสถานการณ์สมมติของการสนทนาโต้ตอบ สถานการณ์ที่ ๑ จะโต้กันแบบไม่มีข้อยุติ   ให้นักเรียนออกความเห็นว่าสถานการณ์การโต้ตอบนี้มีปัญหาอย่างไร   แล้วให้อ่านสถานการณ์ที่ ๒  ที่ลูกสาวกลับบ้านดึก และโต้ตอบกับพ่อแม่ จนพ่อโกรธและเข้านอน  ลูกสาวคุยต่อกับแม่จนแม่เข้าใจ   คำถามต่อกลุ่มนักเรียนคือ ทั้ง ๓ คน โดยเฉพาะลูกสาวควรพูดว่าอย่างไร จึงจะเกิดการสนทนาโต้ตอบที่ได้ผลดี   ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิตที่สำคัญยิ่ง   และเป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว และเพื่อนร่วมชั้น   ซึ่งในอนาคตนักเรียนจะได้เอาไปใช้ในชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัว และชีวิตทางสังคม

๑๐. จัดให้มีรายงานผลความก้าวหน้าในการเรียนบ่อยๆ  เพื่อเป็นแรงจูงใจต่อการเรียน และลดความวิตกกังวลของนักเรียนว่าตนจะสอบตก   ครูเลาแอนน์ใช้วิธีติดประกาศตารางผลสอบผ่าน คนยังไม่ส่งรายงาน/การบ้าน อย่างเปิดเผย (แต่ไม่บอกคะแนนโดยตรง)   พบว่านักเรียนพอใจ และไม่ขาดส่งรายงาน/การบ้านอีกเลย   โดยครูต้องคอยให้ความมั่นใจว่าคนที่ส่งรายงานทุกครั้ง   ได้คะแนนการทดสอบทุกครั้งเป็นคะแนนผ่าน จะไม่มีทางสอบตก แม้ผลสอบปลายปีจะไม่ดี   เพื่อลดความกังวลของเด็ก

๑๑. สอนวิธีอ่าน transcript  วัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนรู้ผลการเรียนของตนเอง   ไม่อ่าน transcript ผิดพลาด  จนเมื่อถึงกำหนดเรียนจบชั้นจึงรู้ว่าในรายงานระบุ (ผิด) ว่าตนยังเรียนไม่ครบวิชา   ซึ่งถึงตอนนั้นก็สายเกินแก้   เรื่องแบบนี้เคยเกิดกับลูกสาวคนที่ ๓ ของผมเมื่อเกือบ ๒๐ ปีมาแล้ว   เมื่อเรียนชั้น ม. ๔ และ ๕ เธอไปเรียนและสอบเทียบ ม.๖ เธอได้รับใบรายงานว่าสอบผ่านทุกวิชา   แต่เมื่อไปขอใบรับรองว่าสอบ ม. ๖ ได้เพื่อเอาไปเป็นหลักฐานสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปรากฏว่าในทะเบียนระบุ (ผิด) ว่าเธอยังสอบไม่ผ่าน ๑ วิชา   ทำให้สายเกินแก้  เธอต้องเรียนต่อ ม. ๖ และสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศ   หากเธอไม่สะเพร่าในการอ่าน transcript ผมก็จะได้มีลูกเป็นหมอ ๑ คน เพราะลูกคนนี้เรียนเก่งมากและอยากเป็นหมอ   แต่เมื่อได้ทุนไปเรียนต่างประเทศก็ไปเรียนอย่างอื่น

๑๒. สอนวิธีกำหนดเป้าหมาย   นักเรียนที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตของตนเอง มักมีผลการเรียนไม่ดี   และมักโทษคนอื่นสิ่งอื่นต่างๆ นานา ว่าเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวของตน   นักเรียนค้องได้รับการเรียนรู้วิธีตั้งเป้าหมายระยะยาวในชีวิต   แล้วทอนลงเป็นเป้าหมายของช่วงสั้นๆ  แล้วตั้งหน้าบากบั่นหาทางบรรลุเป้าหมายนั้น   ชีวิตก็จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น   เพราะชีวิตมีเป้าหมาย ไม่ล่องลอย   นอกจากเป้าหมายชีวิต   เป้าหมายในการเรียนวิชาก็สมารถใช้หลักการกำหนดเป้าหมายและแบ่งช่วงบรรลุผลทีละส่วนได้เช่นเดียวกัน  

๑๓. สร้างความท้าทาย   ความท้าทายเป็นแรงกระตุ้นความมานะพยายาม   ดังนั้นครูต้องอย่าช่วยเด็กเรียนอ่อนด้วยการหย่อนความยากของบทเรียน   เพราะจะส่งสัญญาณต่อนักเรียนว่าตนเป็นคนด้อยความสามารถ   ต้องบอกนักเรียนว่าครูจะช่วยให้นักเรียนสามารถรับความท้าทายที่ยากนั้นได้   ดดยนักเรียนตัองตั้งใจเรียนเพื่อเอาชนะความท้าทายนั้น

๑๔. ทำให้การทำผิดเป็นสิ่งยอมรับได้   นักเรียนควรได้เข้าใจว่าความผิดพลาดเป็นธรรมดาของมนุษย์   ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย   การที่เราทำพลาด และรู้ว่าพลาด และเรียนรู้ว่าทำไมจึงพลาด คือเส้นทางหนึ่งของการเรียนรู้   ความผิดพลาดจึงไม่ใช่ความชั่วหรือความล้มเหลว   ในการกระทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากสำเร้จร้อยละ ๗๐ ถือว่าเก่งสุดยอด   บางเรื่องทำสำเร็จร้อยละ ๕๐ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว   ดังนั้นนักเรียนต้องไม่กลัวไม่รังเกียจการทำพลาด เมื่อได้ตั้งใจทำดีที่สุดแล้ว   รวมทั้งครูเองก็เคยผิดพลาดมาแล้วมากมาย   และที่ปฏิบติต่อหรือสอนนักเรียนอยู่นี้ บางส่วนก้มีการผิดพลาดเหมือนกัน  



  เนื่องจากหลัก ๒๘ ประการในการสร้างนิสัยรักเรียนนี้ยาวมาก   จึงขอแบ่งอีก ๑๔ ข้อไปไว้ในตอนที่ ๑๒


วิจารณ์ พานิช
๑๖ เม.ย. ๕๔

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.gotoknow.org/posts/444229

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตัวอย่างงานวิจัยภาษาไทย




ตัวอย่างงานวิจัยภาษาไทย


การจัดการเรียนรู้โดยใช้เพลงประกอบเพื่อเพิ่มความสามารถในการอ่านคำที่มีสระประสมของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (The using of whole word reading teaching method as paired with songs to improve ability in reading diphthong in the learning disability student) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003092


การใช้กิจกรรมศิลปะพัฒนาความสามารถในการเขียนสะกดคำของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (A using of art activities to develop spelling ability of a learning disabled student, Prathomsuksa four) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001990


การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนสะกดคำของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (A using of computer assisted instruction to improve word spelling disability for the learning disabilty student) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003091


การใช้แบบฝึกเสริมทักษะทางภาษาเรื่องการเขียนสะกดคำตามมาตราตัวสะกดแม่กดเพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนสะกดคำของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003484


การใช้โปรแกรมฝึกการเชื่อมโยงการจำคำเพื่อความสามารถในการจำคำที่ประสมด้วยพยัญชนะและสระสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Using association training program to increase word recalling of a learning disabled student) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002019


การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและการเขียนของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่สอนด้วยวิธีการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค CIRC กับวิธีสอนแบบปกติ (A comparison of reading and writing abillties of the undergraduate students taught by CIRC technique and the conventional approach) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003481


การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเขียนสรุปความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สอนโดยวิธี KWL PLUS กับวิธีสอนแบบปกติ (A comparison of summary writing achievement of mathayomsuksa 3 students by using KWL plus instruction and the traditional method) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003567


การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอร์ 2 กับแบบปกติ (A comparison of Thai literature achievement of matthayomsuksa 2 students taught by cooperative learning based on jigsaw2 and the traditional method) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000005415


การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเรื่องคำและชนิดของคำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการสอนโดยการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TAI กับการสอนแบบปกติ ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003622


การฝึกด้วยกิจกรรมศิลปะเพื่อเพิ่มความสามารถในการจำรูปพยัญชนะของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (Practicing with art activities to enhance the alphabet memory in the learning disability student) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003466


การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคหมวกหกใบ (The development of analytical reading abilities of the fourth grade students taught by the "six thinking hats" techinique) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003713


การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และเขียนแผนภาพความคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค KWL Plus (The devellopment of analytical thinking and mind mapping ability of fifth grade students taught by kwl plus technique) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003518


การพัฒนาความสามารถในการอ่านแจกลูกคำตามมาตราตัวสะกดไทยของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003485


การพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้โดยใช้สื่อภาพ ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000004268


การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 6 (The development of computer assisted instruction for teaching Thai on the topic of tribhumpraruang manussabhum for matthayomsuksa 6 students) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000005205


การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทยเรื่องคำควบกล้ำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002666


การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ทางการเขียนสะกดคำไม่ตรงมาตรา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดพระแท่นดงรัง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002670


การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนวิชาภาษาไทยเรื่องมาตราตัวสะกดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (The development of computer assisted instruction in Thai language on ending sound subject for Prathom 3 students) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000004258


การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสาระภาษาไทยเรื่องชนิดของคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดลำเหย (The development of computer assisted instruction Thai language subject category of words for Prathomsuksa 6 students, Watlamhoil School) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002809


การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการสร้างคำในภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (The development of programmed instruction on word compounding in Thai language for matthayomsuksa 3 students) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000005464


การพัฒนาหนังสือนิทาน เพื่อเพิ่มทักษะการเขียนสะกดคำที่ไม่ตรงตามมาตราสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ (A development of children tales as learning materials for teaching words writing skill of Prathomsuksa 2 at ST. Gabriel School., Bangkok) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003568


การพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเพิ่มเติม ท 40207 วรรณกรรมพื้นบ้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาช่วงชั้นปีที่ 4 จังหวัดราชบุรี ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003637


การพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยรายวิชาภูมิปัญญาทางภาษาสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003639


การศึกษาการแปรของเสียง (mr) และ (ml) ในภาษาไทยถิ่นสงขลาตามปัจจัยทางสังคม (A study of the variation by social variables of (mr) and (ml) in Songkhla dialect) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002932


การศึกษาคำเดี่ยวในวรรณกรรมไทยสมัยอยุธยาที่ไม่ปรากฏเป็นคำเดี่ยวในพจนานุกรมปัจจุบัน (A study of single words in ayutthaya literatures that are not found as single words in present dictionary) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003719


การศึกษาคำเดี่ยวในวรรณกรรมไทยสมัยอยุธยาที่ไม่ปรากฏเป็นคำเดี่ยวในพจนานุกรมปัจจุบัน (A study of single words in ayutthaya literatures that are not found as single words in present dictionary) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003719


การศึกษาเปรียบเทียบคำศัพท์ภาษาไทถิ่นในจังหวัดสกลนคร (A comparative lexical study of Tai dialects in Sakon Nakhon province) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001883


การศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างวลีประโยคและสัมพันธสารของเด็กปกติและเด็กออทิสติก (A comparative study of phrase and sentence structures and discourse : normal versus autistic children) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002868


การศึกษาเปรียบเทียบประโยคเดี่ยวภาษาไทยและไทโซ่ง : กรณีศึกษาในแนวทฤษฎีไวยากรณ์หน้าที่ ระดับ ปริญญาเอก
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003464


การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมล้านนาเรื่องสุวัณณเมฆะหมาขนดำและวรรณกรรมลาวเรื่อง หมาหยุย (comparative study of Lanna ‪"Suwannamekhamakhonkham"‬ and Lao ‪"Mayui"‬) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002085


การศึกษาผลของการสอนอ่านภาษาไทยจากนิทานอ่านง่ายต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (The study of teaching Thai reading from easy story tales toward the reading competence of a learning disability student in Mattayomsuksa 1) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002001


การศึกษาโลกทัศน์แบบพุทธของชาวอีสานในวรรณกรรมเรื่องสังฮอมธาตุ (A study of the Northeastern Thai people's buddhist world view in the literary work entitled Sanhomthat) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002031


การศึกษาวิเคราะห์กลวิธีการสอนเรื่องขะลำ เข็ดขวงในวรรณกรรมอีสานเรื่องสร้อยสายคำ (An analysis of the teaching device of Taboo in the Northeastern literary work "Soi Sai Kam") ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001953


การสกัดความสัมพันธ์ระหว่างนิพจน์ระบุนามในภาษาไทย (Relation extraction among named entities in thailanguage) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003291


การสอนเขียนภาษาไทยแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยวิธีสอนเขียนจากนิทานอ่านง่าย (Teaching Thai language writing for a student with learning disability by the method of teaching wring through easy story tales) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000001841


การออกแบบชุดตัวอักษรไทยสำหรับนิตยสารวัยรุ่น (Thai font design for teen magazine) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003928


การออกแบบชุดตัวอักษรภาษาไทยที่แสดงแนวดนตรีบอสชาโนว่าแจ๊ส (Thai type face design for bossa nova jazz music) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003997


ความสามารถทางการอ่านของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยการสอนด้วยบัตรคำกับการสอนด้วยบัตรคำประกอบภาพ (Using of word cards and word with picture cards for teaching Thai word to learning disability students) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002834


ผลของการใช้ร่องตัวอักษรร่วมกับแบบฝึกหัดเสริมเพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนตัวอักษรของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ (The effect of using slitted-alphaberts together with supporting excercises in developing writing ability of a learning disabled student) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003090


พัฒนาการราชาศัพท์สมัยสุโขทัยถึงสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ (The development of the royal terms during the Sukhothai period to the pre-revolution of 1932) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003647


ราชวัสดี : คำสอนของวิธุรบัณฑิตสำหรับข้าราชการที่สืบทอดอยู่ในวรรณกรรมคำสอนของไทย (Rajavasti : vidhurapandita's precepts for courtiers derived in Thai didactic literature) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002086


ลักษณะการใช้และความหมายของภาษาสแลงในนิตยสารวัยรุ่น (Features, usage and meanings of slang in teen magazine) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000004476


วากยสัมพันธ์ในภาษาไทยและภาษาสันสกฤต : การศึกษาเปรียบต่าง (Syntax in thai and sanskrit : a contrastive study) ระดับ ปริญญาโท
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000003942


วิวัฒนาการการใช้รูปวรรณยุกต์ตรีและจัตวาในภาษาไทย (The evolution of the use of the high (๗) and rising (+) tone marks in Thai) ระดับ ปริญญาเอก
http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000002663


การกำหนดคำศัพท์พื้นฐานภาษาไทยสำหรับผู้เรียนชาวต่างประเทศระดับต้น : รายงานการวิจัย / โดย รุ่งฤดี แผลงศร.
http://thesis.swu.ac.th/swufac/Hum/Rungrudee_P_R377896.pdf


การใช้การวัดประเมินควบคู่การฝึกทักษะการเขียนในการส่งเสริมพัฒนาการการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / วลารัตน์ ปฏิเวศ.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ed_Mea/Walarat_P.pdf


การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านและความสามารถในการเขียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ผังมโนทัศน์กับการสอนตามแบบปกติ / มหิศร นันตโหลิต.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Mahison_N.pdf


การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำบาลีสันสกฤตที่ได้รับการสอนโดยใช้เกมกับการสอนแบบปกติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3โรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์กรุงเทพมหานคร / ลลิตา อุ่นทอง.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Lalita_A.pdf



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนวรรณคดีไทยโดยใช้เพลงประกอบการสอนกับการสอนแบบปกติ / ศรีบังอร จุ้ยศิริ.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Sribangorn_J.pdf


การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความรับผิดชอบทางการเรียนวิชาภาษาไทยที่ได้รับการสอนแบบร่วมมือ แบบ เอส ที เอ ดี (STAD) และการสอนแบบปกติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี / จิรัชญา ทิขัตติ.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Jiratchaya_T.pdf



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องคำประสมโดยใช้เกมกับการจัดการเรียนรู้ตามคู่มือครู สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี / ศิริพร หรัดดี.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Siriporn_R.pdf



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องชนิดของคำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดเขียนเขต ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ผังมโนทัศน์กับการจัดการเรียนรู้ตามคู่มือครู / กฤษลดา ขำหลงวรสิริ.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Kitlada_K.pdf



การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์กับการสอนปกติของนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องชนิดของคำในภาษาไทย / นัทลียา กำนล.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ed_Tech/Nattaleeya_K.pdf


การพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ฝึกทักษะการสังเกตการเขียนคำยาก กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 / นริศรา เดชดี.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ed_Tech/Narissara_D.pdf


การพัฒนาชุดการเรียนด้วยตนเอง สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง ชนิดของประโยคสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาคประสิทธิ์ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม / พักตร์วิภา ไทรรารอด.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Phakwipa_S.pdf



การพัฒนาชุดการเรียนด้วยตนเอง เรื่องไตรยางค์และการผันอักษรสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร / ไพโรจน์ เมฆอรุณ.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Phairoj_M.pdf

จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/prapasara/y5
ด้วยความขอบคุณในการเผยแพร่และเป็นแหล่งข้อมูลในการสืบค้น
--------------------------------------------------------------------------------------

บทกลอนสอนใจ ปีใหม่แล้ว

           
   

  
    บันทึกไว้..เตือนใจตน  
    แด่..ผู้ลิขิตชีวิต

                   ทุกท่วงทำนองของชีวิต

              ผู้ลิขิตลีลาคือตัวฉัน

              ทุกข์สุขร้อนหนาวของชีวัน

              เปรี้ยวเค็มจืดเผ็ดมันสรรสร้างเอง

                   ลิขิตทุกลีลาไว้เป็นบท

             กำหนดช่วงตอนให้เหมาะเหม็ง

             ไม่เข้มงวดหรือขึงตึงคราบรรเลง

              รู้ปรับมั่นผันเร่งไม่หย่อนยาน

                     ลีลาชีวิตที่ปรารถนา (ในปีเสือทอง..เจ้า)

              จะทำให้หรรษาตามคำขาน

              จะเพิ่มสุขให้ชีวิตได้เบิกบาน

              จะถือธรรมพร้อมให้ทานด้วยจิตใจ

                     ข้อกำหนดบทบาทของชีวิต

              หนึ่งตั้งจิตอารมณ์ให้ผ่องใส

              จะรักษาเคียงคู่อยู่กับใจ

              โลกนั้นไซร้สวยพลันหากฉันทำ

                     ข้อสองด้านอาหารการกินอยู่

              เลือกสรรสู่ร่างกายห้ามอิ่มหนำ

              อิ่มน้อยน้อยกินน้อยน้อยไม่ระกำ

              ไม่ทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อนตอนหลังกิน

                     ออกกำลังหลังงานเป็นข้อสาม

              จะทำตามให้ได้ดั่งถวิล

              ครึ่งชั่วโมงของทุกวันเป็นอาจิณ

              จะไม่สิ้นพยายามความตั้งใจ

                     ลดอารมณ์โกรธง่ายเป็นข้อสี่

              ลดลดสิลดแล้วดีรู้ใช่ไหม

              ลดแล้วเกิดประโยชน์บานตะไท

              ลดให้ได้ลดแล้วดีที่ตัวตน

                    ข้อห้านั้นทำอยู่ดูดีแล้ว

             แสนเพริศแพร้วการงานตระการผล

             ทำทำทำทุกอย่างเต็มกมล

             จนเกิดผล “ผลึกชีวิต” ของผู้ลิขิตเอง.

*************************************************
ศน.อ้วน เรียงร้อย..ถ้อยคำ
https://www.gotoknow.org/posts/325221


บ้านเล็กในป่าใหญ่



บ้านเล็กในป่าใหญ่
------------------------------------
ภายในสุดอลังการ์



บ้านวังเวงหลังนี้ซ่อนอยู่กลางป่า และเมื่อสำรวจภายในก็ต้องทึ่งสุดขีด!!
ทุกครั้งที่แหงนหน้ามองตึกสูงในเมืองใหญ่ หมีขาวว่าบางคราวมันก็ทำให้เรารู้สึกอึดอัด และโหยหาความรู้สึกเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติอย่างบอกไม่ถูก…

ซึ่งครอบครัวหนึ่งในแถบ Cazadero ที่ California ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ และพวกเขาก็ได้ไปปลูกบ้านหลังหนึ่งไว้กลางป่าลึก และเมื่อบานประตูถูกเปิดออก ขอบอกว่าสิ่งที่อยู่ภายในจะทำให้คุณต้องตะลึง สุดยอดแค่ไหน หมีขาวจะพาไปสำรวจกันจ้ะ

ที่แห่งนี้ดูเก่าและร้างหากมองจากภายนอก จนไม่อยากเข้าไปใกล้



แต่พอย่างเท้าเข้าไปภายใน มันก็ดูราวกับเปลี่ยนไปคนละโลก




และมันดูมีชีวิตชีวาเกินกว่าที่ใครคาดคิดไว้มาก




เจ้าของบ้านหลังนี้ ใช้เวลานานมาก
กว่าที่จะทำให้บ้านกลางป่าของเขาลงตัว


มีกีตาร์คอยบทเพลงบรรเลงดีๆ ในคืนที่เหน็บหนาวและเหงาหงอย


ส่วนนี่ก็เตียงสำหรับนอนเคียงข้างคนรัก



ครัวแบบเรียบง่าย


ห้องน้ำที่ดูสะอาดตา

แถมยังดูสะดวกสบาย จนคุณต้องยิ้ม



ในยามเหนื่อยหรือท้อ ก็สามารถเปิดชานหลังบ้าน เข้ามานั่งชมแมกไม้ที่แสนสงบ หรือแม้แต่จะกินมื้อเที่ยงก็ยังได้ หรือจะมีดินเนอร์ใต้แสงเทียนก็น่าจะโรแมนติกไม่น้อย



มีห้องสมุดจิ๋วๆ ซ่อนอยู่ใต้บันไดด้วยนะ!!


โห !!!!    นี่มันสุดยอดบ้านในฝันชัดๆ วิมานหลังน้อยกลางป่าเขานี่เอง




หมีขาวเห็นแล้วอยากเข้าไปอยู่เลยอ้าา ไม่นึกเลยว่าสภาพด้านในบ้านจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ ตัดสินจากภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ
------------------------------------------------------------------------------  

ที่มา: airbnb
Credit : Meekhao
ดูเพิ่มเติม ==> http://nisit.co/W0gF
http://hot.ohozaa.com/hot-5-15-143572
22 กุมภาพันธ์ 2558 09:02 น. อ่าน: 172271

เหลียวหลังแลหน้า...ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน


เหลียวหลังแลหน้า...ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รวมบทความปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดย ....พิทักษ์  โสตถยาคม (ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้ เพื่อการเผยแพร่)


ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของท่านประธาน กพฐ.(ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์) และเลขาธิการ กพฐ. (ดร.กมล รอดคล้าย) ในการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับพลังของความหวังและความพร้อมที่จะร่วมมือรวมพลังของผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน น่าจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เราพยายามอยู่...พอจะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เจตจำนงของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง แสดงให้เห็นชัดเจนจากบทความข้อคิด ที่กลั่นมาจากประสบการณ์ตรง ทั้ง 64 บทความ เป็นบทความที่ผู้เขียนตั้งใจเขียน ในเวลาที่มีจำกัดเพียง 3-4 วัน หรือเลือกสรรบทความเชิงสร้างสรรค์ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคณะอนุกรรมการการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้กำหนดนโยบายการศึกษาชาติ ในการนำไปพิจารณา วางนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านๆ มา

ในนามของ สพฐ. ผมขอขอบคุณผู้เขียนบทความทั้ง 64 บทความ ที่ให้ความอนุเคราะห์ สละเวลาช่วยเขียนข้อคิดข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่ทุกท่านก็ให้ความกรุณาด้วยความเต็มใจ

กระบวนการดำเนินงานเพื่อให้ได้บทความทั้งหมดนี้ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2558 ท่านประธาน กพฐ. (ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์) ประสงค์จะรวมเอกสารความรู้เพื่อให้ผู้เข้าประชุมเสวนาปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันที่ 29 มกราคม 2558 ได้ศึกษา ทำความเข้าใจ และต่อยอดความคิดจากองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียนจากสิ่งที่มีอยู่เดิม และมอบหมายให้ผมประสานผู้ทรงคุณวุฒิ/ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งบทความมาสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเร่งดำเนินการรวมเล่มในเวลาอันจำกัด ซึ่งทำให้เอกสารเล่มนี้ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างที่ใจต้องการ อาจมีคลาดเคลื่อนไปจากต้นฉบับของผู้ทรงคุณวุฒิไปบ้าง ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ หากผู้อ่านพบข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข ขอได้โปรดแจ้งให้ผมทราบด้วย จักขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

ระหว่างรวบรวมบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ/ เกี่ยวข้อง ก็ดำเนินการขออนุมัติจัดจ้างพิมพ์เอกสารคู่ขนานกันไป ซึ่งกำหนดความหนาของเอกสารไว้ 300 หน้า แต่ปรากฏว่า มีบทความทยอยส่งเข้ามาเรือยๆ และมากกว่าจำนวนหน้าที่ประมาณการไว้ ดังนั้น จึงพิมพ์ได้เพียงบทความลำดับที่ 1-47 ยังเหลืออีก 17 บทความที่ยังไม่ได้จัดพิมพ์ (บทความลำดับที่ 48-64) ซึ่งทุกบทความล้วนมีคุณค่า ที่ให้ข้อคิด และมุมมองที่เป็นประโยชน์ยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงขอนำมาเสนอไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้นำ นักปฏิรูป และผู้ใส่ใจในการพัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคตของชาติ...



แผนภาพ หนังสือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้สนใจส่งบทความ


สำหรับส่วนหน้าของเอกสาร ประกอบด้วย ปกใน คำปรารภของประธาน กพฐ. สารบัญ รายนามผู้เขียนบทความ รวม 15 หน้า  โปรดคลิกที่นี่ >>> http://goo.gl/V7naQS


ที่-ผู้เขียนบทความ-ชื่อบทความ-หน้าที่-Link บทความฉบับเต็ม

1.รศ.ดร.สุธรรม  วาณิชเสนี
ประธานกรรมการ SVI Initiatives
อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2514-2549)
เหลียวหลัง แลหน้า มองหาอนาคต – ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1-23
http://goo.gl/Qr3fIU

2.ดร.สุรัฐ  ศิลปอนันต์
ประธาน กพฐ. และประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ฟินแลนด์ปฏิรูปการศึกษาจนเป็นเลิศที่สุดในโลก
24-48
http://goo.gl/MdGVcH

3.ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช
นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) (พ.ศ.2536-2544)
ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
49-54
http://goo.gl/I6fC5M

4.นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ
องค์ประกอบของระบบการศึกษาของประเทศที่ประสบความสำเร็จ
55-56
http://goo.gl/oxiuz5

5.ศ.ดร.อุทุมพร  จามรมาน
ที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข้อเสนอ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาชาติทั้งระบบ
57-59
http://goo.gl/f33PSB

6.รศ.ดร.เกียรติวรรณ  อมาตยกุล
และรัชนี  อมาตยกุล
ผู้บริหารโรงเรียนอมาตยกุล
4 ประเด็น เพื่อการปฏิรูปการศึกษา
60-65
http://goo.gl/wYuuD5

7.รศ.ดร.สุธีระ  ประเสริฐสรรพ์
อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
แนวปฏิบัติเพื่อปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน: ข้อเรียนรู้จากประสบการณ์
66-71
http://goo.gl/cO2EB3

8.ศ.ดร.สุมาลี  ตั้งประดับกุล
อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
การปฏิรูปการศึกษาไทย พุทธศักราช ๒๕๕๘
72-74
http://goo.gl/nv5IZS

9.ดร.ชินภัทร  ภูมิรัตน
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2552-2556)
แนวคิดการปฏิรูปการศึกษา
75-76
http://goo.gl/WwM5Pv

10.นพ.ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์
เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
ปฏิรูปการศึกษาอย่างไรดี
77-78
http://goo.gl/gZHQhT

11.รศ.ดร.พิมพันธ์  เดชะคุปต์
ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ครู TPCK : ครูเก่งของไทย
79-81
http://goo.gl/pImo1d

12.อนันต์  ระงับทุกข์
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ปฏิรูปการศึกษา: ปฏิรูปการเรียน ปรับเปลี่ยนการสอบ
82-84
http://goo.gl/73myla

13.ชัชวาลย์  ทองดีเลิศ
เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย
ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาต่อ สพฐ.
85-88
http://goo.gl/jZsUf7

14.นพ.ยงยุทธ  วงศ์ภิรมย์ศานติ์
หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต
ระบบการศึกษาในระดับจังหวัด
89-94
http://goo.gl/HZI7hn

15.เพชร  เหมือนพันธุ์
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 3 และ เขต 1
ปฏิรูปการศึกษา ตามไปดู ผู้สำเร็จ 5 ต้นแบบ
95-98
http://goo.gl/w4GF0H

16.รศ.ดร.วิชัย  วงษ์ใหญ่
อาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
การเรียนรู้ยุคใหม่
99-104
http://goo.gl/8dIX1P

17.ศ.ดร.ไพฑูรย์  สินลารัตน์
ประธานกรรมการคุรุสภา
ปฏิรูปการเรียนรู้: ปฏิรูปการศึกษากลับทางจากล่างขึ้นบน
105-132
http://goo.gl/D603kI

18.ผศ.ดร.ประโยชน์  คุปต์กาญจนากุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
วิกฤติและโอกาสเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย
133-138
http://goo.gl/r1olT0

19.ดร.จุฬากรณ์  มาเสถียรวงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ
กระแสการพัฒนาครูมืออาชีพยุคใหม่ (Teacher Professional Development):
ทิศทางและนวัตกรรมการติดอาวุธทางปัญญาและทักษะสำคัญของครูอนาคต
139-144   http://goo.gl/TwhNMp

20.สมหมาย  ปาริจฉัตต์
รองประธานกรรมการ บมจ.มติชน และกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปฏิรูปการศึกษายุค คสช.
145-147   http://goo.gl/0wjzua

21.รศ.วิทยากร  เชียงกูล
คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ได้ผลจริง ๆ ได้อย่างไร
148-165
http://goo.gl/rgDU1X

22.รศ.ดร.นาตยา  ปิลันธนานนท์
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นายกสมาคมหลักสูตรและการสอนแห่งประเทศไทย
ปฏิรูปการศึกษาต้องกล้าเปลี่ยนจริง
166-169   http://goo.gl/AErmpF

23.สันติ  จิตระจินดา
ผู้อำนวยการทางศิลปะ สถาบันศิลปวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนา (มายา)
การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
170-174   http://goo.gl/VoHjgR

24.Dr.Prawit  Erawan
Associate Professor, Facullty of Education, Mahasarakham University
Teachers' Professional Development and Reform: Transforming Conceptions of Professional learning to Practices
175-186    http://goo.gl/mJ8WEo

25.ดร.พิษณุ  ตุลสุข
รองเลขาธิการสภาการศึกษา-ครูคือบุคคลที่สำคัญที่สุด
187-189   http://goo.gl/ZWP7ap

26.รศ.วรรณี  โสมประยูร
อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกทิศทางและตรงประเด็น
190-191   http://goo.gl/TIrtWH

27.วิเชียร  ไชยบัง  ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ไปให้ถึง “ปัญญา”
192-194  http://goo.gl/mvycHi

28.รศ.ดร.ชนิตา  รักษ์พลเมือง
คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2555-2557)
แนวทางการส่งเสริมวิชาชีพครูเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครู
195-216  http://goo.gl/YpQZeE

29.ดร.กมล  สุดประเสริฐ
คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย  ด้านศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
อนุกรรมการเฉพาะกิจในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านวิจัยและนวัตกรรม
การปรับปรุงสถานศึกษาที่ได้ผลดีมีประสิทธิภาพ
217-218  http://goo.gl/wcSrWt

30.ชาตรี  สำราญ
ครูต้นแบบ ปี 2541 วิชาภาษาไทย ระดับประถมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.) สํานักนายกรัฐมนตรี
แนวคิดการปฏิรูปการศึกษาแบบติดดิน
219-220
http://goo.gl/FvsF7Y

31.ผศ.สนั่น  มีขันหมาก
อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปฏิรูป สพฐ.
221-223
http://goo.gl/bduFVl

32.รศ.ดร.ดุษฎี  โยเหลา
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์
การเรียนรู้ของครู เพื่อการเป็นครูมืออาชีพ
224-226
http://goo.gl/eCI2l4

33.ดร.อ่องจิต  เมธยะประภาส
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2556-2557)
การปฏิรูปการศึกษา
227-228
http://goo.gl/z3iP7x

34.ดร.เชิดศักดิ์  ศุภโสภณ
ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
1 เสียงเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
229-231
http://goo.gl/OnW35n

35.ทองสุข  รวยสูงเนิน
ประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้จังหวัดสุรินทร์
แนวคิด หลักการ เพื่อการปฏิรูปการศึกษา: มุมมองจากประสบการณ์ภาคสนาม
232-233
http://goo.gl/25h0a4

36.พจมาน  พงษ์ไพบูลย์
อดีตที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปฏิรูปการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
234-236
http://goo.gl/g3eFks

37.บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
คัมภีร์การบริหารจัดการโรงเรียนเพื่อเด็กทุกคน บทเรียนจากโรงเรียนสาธิตปทุมวันในอดีต วิเคราะห์เนื้อหาและถอดความจาก "รายงานการสอนซ่อมเสริมสำหรับเด็กที่เรียนช้า" โดย รศ. คุณหญิงสมจิตต์  ศรีธัญรัตน์
237-252
http://goo.gl/5KUQVW

38.ผศ.ดร.ปิยดา  สมบัติวัฒนา
อาจารย์ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
การศึกษาไทย: ประเด็นที่ควรพิจารณา
253-256
http://goo.gl/lKJof6
39
รศ.ดร.ดุษฎี  โยเหลา
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์
การเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อพัฒนาทักษะศตวรรษที่  21
257-260
http://goo.gl/6MucSn

40.รศ.ดร.วรรณี  แกมเกตุ
หัวหน้าภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน: การปฏิรูปการอ่านและการเขียนภาษาไทย
261-264
http://goo.gl/IaXoVJ

41.ศ.ดร.สุชาติ  โสมประยูร
ปูชนียาจารย์ สาขาวิชาสุขศึกษา
โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนกับวิกฤตการณ์โปรแกรมสุขภาพ
265-267
http://goo.gl/PLrfO1

42.บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ความรับผิดชอบต่อสังคม การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ปิโกและแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value : CSV)
268-276
http://goo.gl/iSVgiM

43.สมหญิง  สายธนู
ผู้จัดการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
PBL คือ ส่วนย่อชีวิตของนักเรียน: ทางรอดหรือทางเลือก
277-280
http://goo.gl/OMOeFa

44.ชัดเจน  ไทยแท้
อดีตศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน      
ปฏิรูปการศึกษา: จิ๊กซอว์ ที่รอการต่อ
281-282
http://goo.gl/FjFIZU

45.ศุภวัจน์  พรมตัน
ครูโรงเรียนนครวิทยาคม อ.พาน จ.เชียงราย สพม.เขต 36
ความสุขที่หายไป
283-286
http://goo.gl/ThDL87

46.สุกัญญา  สุวรรณรัตน์
ครูโรงเรียนวัดโรงเหล็ก อ.นบพิตำ  จ.นครศรีธรรมราช สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4
เสียงสะท้อนจากความคิดและจิตวิญญาณของความเป็นครู
287-288
http://goo.gl/6GxhJZ

47.ประสงค์  สกุลซ้ง
ครูโรงเรียนบ้านแกวิทยาคม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์  สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2
ความจริงจากโรงเรียนขยายโอกาสในชนบท
289-290
http://goo.gl/vHwlr2

48.สิริกร  โตสติ
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  สพป. ตราด
ข้อเสนอ มุมมอง การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
291-292
http://goo.gl/uZ1C6B

49.สมชัย  แซ่เจีย
ศึกษานิเทศก์ สพป.เชียงใหม่ เขต 4  การปฏิรูปการศึกษาที่น่าสำเร็จ
293-296
http://goo.gl/Am29U1

50
มานิต สิทธิศร
ศึกษานิเทศก์ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4
ประสบการณ์การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในบทบาทของศึกษานิเทศก์
297-302
http://goo.gl/JRuq5D
51
กัมพล เจริญรักษ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่งุยาวคำโปรย สพป.ศรีสะเกษ เขต 4
การพัฒนาโรงเรียนสุขภาวะ: โรงเรียนแห่งความสุข
303-308
http://goo.gl/n4uwRh

52
วิฑูรย์  มาแก้ว
ครูโรงเรียนอนุบาลเวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย สพป.เชียงราย เขต 2
แนวคิด ประสบการณ์ เพื่อสานต่อการปฏิรูปการศึกษาไทย
309-311
http://goo.gl/ruJSJO

53
ชวิศ หนูแก้ว
ครูโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี สพป.นนทบุรี เขต 1
คุณครูสับสนคนไทยแย่
312-314
http://goo.gl/eIvLmL

54
ราณี  กุยรัมย์
ครูโรงเรียนบ้านโคกเบง อ.บ้านกรวด จ. บุรีรัมย์ สพป.บุรีรัมย์ เขต 2
จากห้องเล่าเรียนสู่ห้องเรียนรู้...สู่การปฏิรูปการศึกษา
315-317
http://goo.gl/tK74a7

55
ประพันธ์  จิรจรัสตระกูล
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านม่วงพี่น้อง อ.สันป่าตอง  จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
แนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทย
318-319
http://goo.gl/3n4Wcj
56
ประคอง  พิไรแสงจันทร์
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงป่าหวาย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
มุมหนึ่งของการศึกษาไทย
320-323
http://goo.gl/1g7l29

57.พิชัย อุ่นแสง
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตาล อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
แนวทางปฏิรูปการศึกษา
324-325
http://goo.gl/I4BPNs

58.นิคม  หน่อเต็ม
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดน้ำบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
แนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้
326-327   http://goo.gl/k1My4F

59.วินัย  ไพยารมณ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
3 ประเด็นปฏิรูป
328   http://goo.gl/JvVkq7

60.วิภพ  จันทรา
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
ปฏิรูปเพื่อคุณภาพและความสุขของผู้เรียน
329   http://goo.gl/IPBOJs

61.เอนก  ตาเจริญเมือง
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สพป.เชียงใหม่ เขต 4
ข้อเสนอปฏิรูปการศึกษา
330   http://goo.gl/LptdtV

62.ศ.ศรีราชา  เจริญพานิช
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
แนวทางการแก้วิกฤตการศึกษาไทย 2553
331-336
http://goo.gl/LVO7ms

63.ศ.ศรีราชา  วงศารยางค์กูร
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ร่างบทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในรัฐธรรมนูญ (ฉบับใหม่)
337-351
http://goo.gl/4jyD4r

64.ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
แนวทางการปฏิรูปการศึกษา
352-355 http://goo.

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

คุณเสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเกินไปหรือเปล่า?




เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในสังคมของโลกยุคปัจจุบันนี้ โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน จึงทำให้สังคมทุกวันนี้เรียกว่า “สังคมก้มหน้า” ซึ่งหมายถึงผู้คนโดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ หรือถึงขั้นเรียกว่าหมกมุ่นก้มหน้าก้มตาและจดจ่ออยู่กับการเสพข่าวสาร การติดต่อ การพูดคุยกันผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Line, WhatsApp, Twitter, Facebook, Instagram โดยใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือ ซึ่งทำให้มีการพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่อยู่รอบตัวน้อยลง จนกลายเป็นต่างคนต่างอยู่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าถ้าให้สิ่งเหล่านี้มามีอิทธิพลกับเรามากจนเกินไปโดยที่เราไม่รู้จักควบคุมการใช้ให้ดี ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ก็อาจเกิดขึ้นได้

วันนี้เราลองมาเช็กกันดูว่าตัวเราเองหรือคนที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นอยู่ในข่ายที่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากเกินไปหรือเปล่า ดังนี้
1. ใช้เวลา 4 - 5 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นต่อวันในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก
2. อยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นสิ่งแรกตอนตื่นนอนและเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะนอน อีกทั้งมักจะต้องหยิบสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตขึ้นมาเช็คดูข้อความอยู่ทุกๆ 15 นาที
3. รู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวายมากถ้ามีเหตุที่ไม่ได้เข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก
4. ละเลยครอบครัวและคนใกล้ชิดในชีวิตจริงและชอบที่จะสร้างความสัมพันธ์ รวมถึงมีความสนิทสนมกับเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่าเพื่อนในชีวิตจริง

หากตอนนี้พฤติกรรมของเราเข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายข้อใน 4 ข้อนี้ ถือว่าคุณเสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว ซึ่งหมายถึงเราต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อแก้พฤติกรรมเสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดังนี้
1. จำกัดเวลาการเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์กในแต่ละวันว่าควรใช้วันละไม่เกินกี่ชั่วโมงและใช้ในเวลาใดที่จะไม่มีผลกระทบกับทั้งงาน ชีวิตครอบครัวและชีวิตส่วนตัว เช่น จะใช้เฉพาะในช่วงเวลาพักกลางวัน ช่วงหลังเลิกงาน หรือช่วงก่อนนอน โดยไม่ควรใช้ในเวลาติดต่อกันเกิน 30 นาที - 1 ชั่วโมง ในแต่ละครั้ง
2. อย่าใช้โซเชียลมีเดียหลายตัวเกินไป เพราะมีหลายคนที่เล่นทั้ง Line, Twitter, Facebook, Instagram และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งกว่าจะใช้ จะเล่น จะเช็ก ครบทุกอันก็หมดเปลืองเวลาไปมากทีเดียว ดังนั้น จึงอยากแนะนำให้คุณเลือกใช้แค่ช่องทางที่จำเป็นก็พอ อันไหนที่ไม่มีประโยชน์กับตัวหรือไม่ได้จำเป็นมากก็ลบออกไปจากสมาร์ทโฟนและแท็ปบเล็ตบ้างก็ดี เพื่อที่เราจะไม่ใช้เวลาในการอยู่กับโลกออนไลน์มากเกินไปเหมือนที่ผ่านมา
3. เพิ่มเวลาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวให้มากขึ้น เช่น พาคนในครอบครัวไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปออกกำลังกาย ทำอาหารร่วมกัน ติดต่อ พบปะ พูดคุยกับเพื่อนในชีวิตจริงให้มากขึ้นกว่าเพื่อนในโลกออนไลน์ หรือหาสัตว์มาเลี้ยง เช่น สุนัข แมว ปลา หรือหางานอดิเรกที่ไม่ต้องใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กทำ เช่น อ่านหนังสือ ทำงานศิลปะ ปลูกต้นไม้ ทำขนม ซึ่งกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ก็สามารถช่วยทำให้เราได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากการหมกมุ่นอยู่กับโลกโซเชี่ยลเน็ทเวิร์กไปได้เยอะเลยทีเดียว

สำหรับตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้ตัวเลยว่าเป็นคนที่ติดโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อได้วิเคราะห์ถึงอาการและวิธีแก้ไขดังที่เขียนไปแล้วนั้นก็เลยเอามาปรับใช้กับตัวเองด้วยเช่นกัน โดยการพยายามใช้เวลาอยู่กับแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนให้น้อยลงและหันไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ต้องยุ่งกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น เช่น จากที่เคยต้องเข้าไปดูนั่นอ่านนี่ในโลกออนไลน์จนดึกดื่นก็หันมาใช้เวลาในการวาดรูปและเล่นเปียโนแทน ก็รู้สึกว่าเป็นวิธีที่ช่วยทำให้ตัวเองไม่ต้องฝักใฝ่ในเรื่องของการเล่นแท็บเล็ตมากเท่าเดิมอีก

แท้จริงแล้วการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งในการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดนและการค้นคว้าหาความรู้ที่มีอย่างไม่จำกัด แต่หากคุณหมกมุ่นอยู่กับมันมากเกินไป นอกจากจะทำให้เสียการงาน เสียความสัมพันธ์อันดีกับคนใกล้ชิด เสียเวลาที่มีค่าไปอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว ยังทำให้เสียสุขภาพ เพราะอาจทำให้เราเป็นโรคที่เกี่ยวกับสายตา ปวดต้นคอ ปวดไหล่ ปวดหัว ขึ้นได้ ดังนั้น เราต้องรู้จักระวังและควบคุมตัวเองที่จะไม่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากจนเกินไปจนมันกลายเป็นพิษในชีวิตของเรา 
แหล่งที่มา :
บทความโดย ดร.แพง ชินพงศ์
ASTVผู้จัดการออนไลน์
ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/guidance/20855